วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เอ็มดี-ซีอีโอ’ บจ. พร้อมใจรับซื้อหุ้น

สำรวจช่วงดัชนีผันผวนสูง พบ "เอ็มดี-ซีอีโอ" หลายบริษัทรับซื้อหุ้น

หลังจากตลาดหุ้นเกิดอาการตื่นตระหนกขาย (panic sell) ในช่วงวันที่ 10 ต.ค.-13 ต.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ดัชนีร่วงลงจาก 1,500 จุด ไปราว 150 จุด ก่อนจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยภาวะตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาหุ้นของหลายบริษัทปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก ทำให้นักลงทุนหลายราย ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงในระดับ ประธานกรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือกรรมการผู้จัดการ ต่างฉวยจังหวะในการเข้าลงทุนด้วยเช่นกัน

จากการสำรวจข้อมูลแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหารวันที่ 10-14 ต.ค. พบว่า ผู้บริหารระดับสูง 20 บริษัท ต่างเข้ามาเก็บหุ้นกัน โดย สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือ ‘เฮียฮ้อ’ ประธานกรรมการบริษัท แห่ง อาร์เอส (RS) ทุ่มเงิน 39.5 ล้านบาท ซื้อหุ้นที่ราคาเฉลี่ย 6.72 บาท ถัดมาคือ อภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการบริหาร ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม (TFD) เข้าซื้อ 33.29 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 2.54 บาท

ขณะที่ ขจรพงศ์ คำดี ประธานกรรมการบริหาร เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) เข้าซื้อ 13.1 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 4.37 บาท และไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ ศุภาลัย (SPALI) เข้าซื้อ 13.05 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 21.75 บาท

ขณะที่ราคาหุ้นของทั้ง 4 บริษัทในปัจจุบันต่างฟื้นตัวขึ้นมาต่อเนื่อง อย่าง อาร์เอส ล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ 8.2 บาท เพิ่มขึ้นถึง 22% ส่วน ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ 2.78 บาท เพิ่มขึ้น 9.4% ด้าน เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ขึ้นมาอยู่ที่ 4.58 บาท เพิ่มขึ้น 4.8% และ ศุภาลัย ขึ้นมาอยู่ที่ 24.5 บาท เพิ่มขึ้น 12.6%

บล.ทิสโก้ มองว่า อาร์เอส มีโอกาสที่จะขาดทุนจากการดำเนินงานปกติเป็น 83 ล้านบาท จากเดิมคาดขาดทุน 27 ล้านบาท โดยยังไม่รวมการบันทึกกลับกำไรที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งสำรองที่จะได้รับยกเว้นจาก กสทช. 2% ราว 95 ล้านบาท ซึ่งหากรวมรายการนี้แล้ว ผลประกอบการจะพลิกเป็นกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท

โดยคาดรายได้จากทีวีและวิทยุลดลง รวมถึงงานอีเว้นท์จะหายไปในช่วงไตรมาส 4 ขณะที่ปี 2560 จะเริ่มกลับมาเป็นกำไรที่ 78 ล้านบาท หลังจากธุรกิจความงามเริ่มคุ้มทุน โดยปรับรายได้ปี 2559-2560 ลดลงจากคาดการณ์เดิม 8% และ 10% ตามลำดับ จากธุรกิจมีเดียทีวีและวิทยุ รวมถึงงานอีเว้นท์ที่ลดลง แต่ยังคงคาดรายได้ธุรกิจความงามที่ 320 ล้านบาท เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มแนะนำสินค้า จากปี 2558 มีรายได้ 230 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงรายอื่นๆ ที่ฉวยจังหวะเข้ามาซื้อหุ้นในขณะที่ราคาร่วงลงไปอย่างรวดเร็วนั้น อาทิ วีระพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) เข้าซื้อ 9.26 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 15.43 บาท ด้าน ปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร และสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เข้าซื้อรวมกัน 7.56 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 6.3 บาท

รวมไปถึง 2 หัวเรือใหญ่ของ 2 บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แสนสิริ (SIRI) และนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สิงห์ เอสเตท (S) ซึ่งเข้าซื้อหุ้น 4.37 ล้านบาท ที่ราคา 1.6 บาท และ 3.86 ล้านบาท ที่ราคา 3.86 บาท ตามลำดับ โดยราคาหุ้นของแสนสิริ ปรับตัวขึ้นมา 6% ขณะที่ สิงห์ เอสเตท เพิ่มขึ้นถึง 20%