คาดรายงานกำไร 3Q59 เติบโต 68%QoQ แต่ลดลง 70%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาดรายงานกำไรไตรมาส 3 ลดลงQoQจากไม่มีกำไรสต๊อกน้ำมันดิบ : คาดกำไร 3Q59 อยู่ที่ราว 724 ล้านบาทเติบโต 68%QoQ แต่ลดลง 70%YoY เนื่องจากในไตรมาส 3 ธุรกิจโรงกลั่นไม่มีบันทึกกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบ อีกทั้งค่าการกลั่นปรับตัวลงตามส่วนต่างน้ำมันเบนซินที่ลดลง นอกจากนี้ยอดจำหน่ายธุรกิจไบโอดีเซลปรับตัวลงตามนโยบายภาครัฐที่ลดการใช้น้ำมันไบโอดีเซล
- ผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่นปรับตัวลง : ไตรมาส 3 ราคาน้ำมันดิบทรงตัวที่ระดับ 43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลใกล้เคียงไตรมาส 2 ส่งผลให้ไม่มีการบันทึกกำไรจาก สต๊อกน้ำมันดิบ ขณะที่ใช้กำลังการกลั่นเพิ่มขึ้น 4 พันบาร์เรลต่อวัน (KBD) สู่ 115 KBD เนื่องจากยังมีความต้องการอุปโภคน้ำมันในระดับสูงจากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับต่ำ ด้านค่าการกลั่นปรับตัวลงราว 10-15% สู่ระดับ 5.0-5.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตามส่วนต่างน้ำมันเบนซินที่ลดลง 24%QoQ เพราะโรงกลั่นต่างๆ เริ่มเปลี่ยนมากลั่นน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนเพิ่มขึ้นตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น
- ผลประกอบการธุรกิจสถานีจำหน่ายน้ำมันปรับตัวลงเล็กน้อย : สถานีจำหน่ายน้ำมันมียอดจำหน่ายอยู่ที่ราว 1,383 ล้านลิตรเพิ่มขึ้น 9%YoY แต่ลดลง 5%QoQ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนทำให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวลดลง ขณะที่ค่าการตลาดปรับตัวลงเล็กน้อย (ไตรมาส 2 อยู่ที่ 0.87 บาทต่อลิตร) จากยอดขายให้แก่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเพราะโรงกลั่นในประเทศกลับมาดำเนินการกลั่นน้ำมันครบทุกโรงในไตรมาส 3
- ผลประกอบการธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และธุรกิจไบโอดีเซลปรับตัวลง : 1) ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยกำลังการผลิต 118 MW ผลิตกระแสไฟฟ้าได้ลดลงตามปริมาณความเข้มแสงที่ลดลงในฤดูฝน อีกทั้งค่า FT ที่ยังติดลบราว 40 สตางค์คอยกดดันผลประกอบการเพิ่มเติม ด้านโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ญี่ปุ่นเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 9 MW ในไตรมาส 3 ทำให้มีกำลังการผลิตรวม 22 MW (กำลังก่อสร้างอีก 18 MW จะเริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าในปี 60) แต่ยังมีผลขาดทุนจนกว่าจะทำการผลิตได้ครบทั้ง 40 MW ในปี 60 2) ธุรกิจไบโอดีเซลใช้กำลังการผลิตเพียง 56% จากกำลังการผลิต 810,000 ลิตร/วัน (รวม 2 โรงงาน) ส่งผลให้ไม่คุ้มทุนในการผลิต เพราะภาครัฐลดการใช้น้ำมันดีเซล B7 สู่น้ำมันดีเซล B3 ในไตรมาส 3
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 41 บาท : ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 59 ที่ 4,715 ล้านบาทเติบโต 15% YoY โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธี Sum-of-the-Part เพื่อให้สะท้อนถึงมูลค่า BCPG (BCP ถือหุ้น 70.35%) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ได้ราคาเหมาะสมที่ 41 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”









