วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TMB - ซื้อ

กำไร 9M59 ลดลง 9%YoYจากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่ม

ประเด็นสำคัญในการลงทุน:

- กำไร 3Q59ลดลง34%YoYและ 14%QoQกำไร 9M59 ลดลง 9%YoY :  ในช่วง 3Q59มีกำไรสุทธิ 1,845 ล้านบาทลดลง34%YoY และ 14%QoQเนื่องจากมีการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มให้ครบ 100% สำหรับ NPL ที่จะ write off ทำให้มีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญเท่ากับ 2,541 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 210%YoY และ 27%QoQขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 7%YoYและ 5%QoQ ในช่วง 9M59 มีกำไรสุทธิ 6,087 ล้านบาทลดลง 9% โดยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ (PPOP) 13,833 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7%YoYเนื่องจาก NIM ปรับดีขึ้นเป็น 3.12% เพิ่มขึ้น 11bpsจาก 3% ใน 9M58และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากการขายประกันประกอบกับความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ยังทำได้ดีส่งผลให้มีอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดเหลือ 46.5% จาก 47.8% ใน 9M58

- สินเชื่อคุณภาพ9M59 เติบโต 2.4%YTDคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นต่อเนื่อง : สิ้นเดือนก.ย.59 มียอดสินเชื่อคงค้าง 5.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น1.8%YTDส่วนสินเชื่อคุณภาพเติบโต 2.4%YTD จากการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยสำหรับสินเชื่อด้อยคุณภาพ(NPL) ลดลง 11.7%QoQ และ14.8%YTD ซึ่งเป็นผลจากการ write-off และการขาย NPLส่งผลให้อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดเหลือ 2.5% จาก 3% ณ ปลายปี 58 แสดงถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ การตั้งสำรองส่วนเพิ่มทำให้อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อNPL(Coverage Ratio)ยังอยู่ในระดับสูงและทรงตัวเท่ากับระดับ ณ ปลายปี 58 ที่142%

- ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 59-60ลดลง7% และ 11% ตามลำดับ : กำไร 9M59คิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปี59 ที่ 8.6 พันล้านบาทขณะที่การตั้งสำรองหนี้สูญมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าและสูงกว่าประมาณการ ทำให้ฝ่ายวิจัยเพิ่มสมมติฐานสำรองหนี้สูญจากเดิม 7 พันล้านบาทเป็น 7.5 พันล้านบาท รวมทั้งปรับลดสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อจากเดิม 6% เหลือ 4%และปรับลดสมมติฐานการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมฯจากเดิม 10% เหลือ 5%ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 59 ลดลง 7% เหลือราว 8 พันล้านบาทซึ่งหดตัว14%จากปี 58 ทั้งนี้แนวโน้มกำไร 4Q59 จะฟื้นตัวทั้ง QoQและ YoY(หากไม่มีการตั้งสำรองฯพิเศษเพิ่มเติมอีกเนื่องจาก 4Q58 มีการตั้งสำรองหนี้สูญสูงถึง 2.9 พันล้านบาท) สำหรับประมาณการกำไรปี 60 ได้มีการปรับเพิ่มสมมติฐานสำรองหนี้สูญเป็น 7.5 พันล้านบาทให้เท่ากับปี 59 ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ปี 60 ลดลง 11% เหลือ 8,962 ล้านบาทพลิกกลับมาเติบโต 11%

- ปรับคำแนะนำจาก“ซื้อเก็งกำไร” เป็น “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.52 บาทสำหรับปี 60 : ปัจจัยพื้นฐานของธนาคารดีขึ้นเป็นลำดับจากความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้น คุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นต่อเนื่องฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) = 18.4% เงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) = 12.9% ฝ่ายวิจัยปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 60ซึ่งอิงProspect PBV ที่ระดับ 1.3 เท่าได้เท่ากับ2.52 บาทซึ่งมี upside จากราคาล่าสุด 20%โดยปรับคำแนะนำจาก “ซื้อเก็งกำไร”เป็น “ซื้อ”