วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KTB - ซื้อ

กำไร 3Q59 เพิ่มขึ้น 61%YoYแต่ลดลง 1%QoQกำไร 9M59 เพิ่มขึ้น 14%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กำไร 3Q59 เพิ่มขึ้น61%YoYแต่ลดลง1%QoQ กำไร 9M59 เพิ่มขึ้น 14% : ในช่วง 3Q59 มีกำไรสุทธิ 8,620 ล้านบาทดีกว่าคาดการณ์ 14% จากประมาณการตั้งสำรองหนี้สูญสูงเกินไป 15% และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio)41.7% ต่ำกว่าประมาณการที่ 44% กำไรที่เพิ่มขึ้น 61%YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลงมาก 27% จากที่ตั้งสำรองหนี้สูญลูกหนี้กลุ่ม SSI ใน 3Q58ทั้งนี้ต้นทุนเงินฝากที่ลดลงส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) ปรับดีขึ้นเป็น 3.24% จาก 2.91% ใน 3Q58ในช่วง 9M59 มีกำไร 24,838 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 14%YoY

- ปรับประมาณการกำไรปี 59-60เพิ่มขึ้น 6% : กำไร9M59 คิดเป็น 83% ของประมาณการทั้งปีที่ 2.84 หมื่นล้านบาทฝ่ายวิจัยได้ปรับสมมติฐาน NIM เพิ่มขึ้นและปรับสมมติฐานค่าใช้จ่ายลดลงส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ปี 59 เพิ่มขึ้น5% เป็นเกือบ3 หมื่นล้านบาทเติบโต 5% จากปี 58 โดยคาดว่าในช่วง 4Q59 จะมีการตั้งสำรองฯเพิ่มเพื่อเพิ่มอัตราส่วนสำรองฯต่อ NPL (Coverage Ratio) ให้สูงขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 106% ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มแบงก์ใหญ่ ส่งผลให้คาดการณ์กำไร4Q59 ที่ราว 5.2 พันล้านบาทเศษ ลดลง YoYและ QoQสำหรับประมาณการปี 60 เราคาดสินเชื่อจะพลิกจากหดตัวกลับมาเติบโตราว 3%จากการเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และ NIM ที่ทรงตัวจากปี 59 รวมทั้งค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญใกล้เคียงกับปี 59 ที่ราว 3.2 หมื่นล้านบาทคาดการณ์กำไรปี 60 อยู่ที่ราว 3.15 หมื่นล้านบาทเติบโต 5% จากปี 59

- การเติบโตของสินเชื่อยังหดตัวจากปลายปี 58 คุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอลง : ปลายเดือนก.ย. 59 มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.9 ล้านล้านบาทลดลงเกือบ6% จากปลายปี 58เนื่องจากการชำระคืนสินเชื่อภาครัฐและการชำระคืนเงินกู้ของลูกคค้าธุรกิจขนาดใหญ่และความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อด้านคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอต่อเนื่องจากปลายปี 58 โดยมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้น 29% จากปลายปี 58 จากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้า SMEและรายย่อย ทำให้อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมปรับเพิ่มขึ้นสู่ 4.24% จาก 3.2%ณ ปลายปี 58 ทั้งนี้อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อ NPL (Coverage Ratio) ที่ 106% ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มแบงก์ใหญ่ที่ราว 130% จึงอาจมีการตั้งสำรองฯเพิ่มใน Q4

- ปรับคำแนะนำจาก“ถือ” เป็น“ซื้อ”ราคาเหมาะสม20.60 บาทสำหรับปี 60 : ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังดีจากเป็นแบงก์รัฐทำให้สินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตได้ดีตามแผนการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐและการเร่งเปิดประมูลโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ด้านคมนาคมฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งที่ 17.04% และมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 13.15%ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ปี 60ทำให้ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 1 เท่าและ Keที่ 12.4%เพิ่มขึ้นเป็น 20.60บาทจากเดิม 19 บาทมี upside 16% ประกอบกับ KTB มีdividend yield สูงสุดในกลุ่มแบงก์ใหญ่จากที่คาดการณ์เงินปันผลราว 0.8 บาทต่อหุ้น yield 4.5%ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับคำแนะนำจาก “ถือ”เป็น“ซื้อ”