ราคาหุ้นลงมาให้เก็บ
ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงในช่วงระยะสั้นล่าสุดเป็นโอกาสที่ดีในการซื้อสะสมหุ้น CENTEL เนื่องจากเรามองว่าตลาดมีความกังวลมากเกินไปต่อการยกเลิกกิจกรรมต่างๆ ในโรงแรม ซึ่งเรามองว่าทำให้ราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายที่ระดับมูลค่าหุ้นน่าลงทุน เนื่องจาก CENTEL ซื้อขายที่ PER ปี 2559 ที่ 27.5 เท่าซึ่งใกล้เคียงกับช่วงหลังเหตุการณ์การระเบิดในกรุงเทพฯในช่วงไตรมาส 3/58 และค่า PER ปี 2560 ที่เพียง 24.0 เท่า (เท่าค่าเฉลี่ยปี 2549 -2558) ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำที่ “ ซื้อ” จากราคาเป้าหมายวิธีคิดลดเงินสด (DCF) ณ สิ้นปี 2560 ที่ 48 บาท อ้างอิงจากการคิดลด 20% จากมูลค่า DCF ด้วย WACC ที่ 7.9% และ อัตรา terminal growth ที่ 2.0%
ผลงานไตรมาส 3/59 ยังคงเติบโต
สำหรับธุรกิจโรงแรมนั้น เราคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องในไตรมาส 3/59 เติบโตที่ 4.5% YoY ซึ่งดีกวาเมื่อเปรียบเทียบกับที่เติบโต 3.7% YoYในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 หนุนโดย 2.5% YoY จากอัตราเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 83% และอัตราเฉลี่ยราคาห้องพักที่เพิ่มขึ้น 1.3%YoY ทั้งนี้รายได้เฉลี่ยต่อห้องสำหรับโรงแรมใน Maldives คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 15 % YoY และเติบโต 3% สำหรับโรงแรมในประเทศไทย ทั้งนี้อัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของธุรกิจอาหารในไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ที่ 0.4% YoY และอัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาของธุรกิจอาหารคาดว่าจะอยู่ที่ 5.5% ทำให้เราคาดว่ากำไรหลักจะอยู่ที่ 350 ล้านบาท ในไตรมาส 3/59 เพิ่มขึ้น 19% YoY และทรงตัว QoQ ตามผลของฤดูกาล อย่างไรก็ตาม รายการพิเศษอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ หากมีการปรับลดมูลค่าตามราคาประเมินของ Centara Grand Maldives หลังจากการปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์ในเดือนก.ค. ที่ผ่านมา
ได้เวลาเบ่งบานของ Centara Grand Maldives
การดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบของโรงแรม Centara Grand Maldives ซึ่งคิดเป็น 10% ของรายได้รวมของโรงแรมทั้งหมดของ CENTEL และ EBITDA ที่ 13% จะเป็นปัจจัยหลักในการผลักดันกำไรช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดีในไตรมาส 4/59-1/60 โดยแม้ว่าไตรมาส 3/59 จะอยู่ในช่วงที่มิช่ฤดูกาลท่องเที่ยวก็ตาม หากแต่ Centara Grand Maldives ได้พิสูจน์ว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องสามารถเติบโตถึง 43% YoY ในไตรมาส 3/59 เพิ่มขึ้นจากที่เติบโตที่ 13% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ซึ่งอยู่ระหว่างการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราเข้าพักในไตรมาส 3/59 คาดว่าจะสูงถึง 90% แม้ว่าจะอยุ่ในช่วงโลว์ซีซั่นก็ตามและคาดว่าจะทรงตัวดีมากอย่างต่อเนื่องไปอีก 6 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้โรงแรมดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องของ CENTEL เติบโตถึง 5%YoY ในไตรมาส 4/59 ทำให้มั่นใจได้ว่า CENTEL สามารถตอบสนองความคาดหวังของตลาดสำหรับการเติบโตของกำไรหลักที่แข็งแกร่ง ในไตรมาส 4/59-1/60 ได้ กอปรกับจากฐานที่ต่ำมากในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวกอนหน้านี้ที่บริษัทพลาดไปในไตรมาส 4/58-1/59
ความเสี่ยงจากการยกเลิก MICE ในกรุงเทพฯ มีจำกัด
รายได้จากธุรกิจประชุมสัมนาหรือ MICE ของ Centara Grand Central World คิดเป็น 4% ของรายได้โรงแรมโดยรวม ดังนั้นการเป็นกังวลเรื่องการยกเลิกงานอีเว้นท์ (MICE) มีอยู่อย่างจำกัด โดยเราตั้งสมมติฐานว่าถ้าหากงาน MICE นั้นลดลง 30% YoY ในไตรมาส 4/59 จะทำให้ส่งผลกระทบต่อรายได้ดังกล่าวจะลดลงประมาณ 40 ล้านบาท หรือ0.4% ของรายได้โรงแรมรวมในปี 2559 ซึ่งนับว่าไม่มาก อีกทั้งที่สำคัญผลกระทบต่อกำไรจะยิ่งคงน้อยไปกว่านี้อีก เนื่องจาก เนื่องจากอัตรากำไรจาก MICE นั้นต่ำกว่าอัตรากำไรจากการให้เช่าห้องพักโรงแรมมาก
โรงแรมเปิดใหม่จะเริ่มเห็นในปี 2561
สถานะทางการเงินของบริษัทคงความแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิที่ 0.8 เท่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย. และต่ำกว่านโยบายภายใน ที่ 1.2 เท่าและเงื่อนใขทางการเงินที่ไม่เกิน 2 เท่าอยู่มาก โดยเรามองว่าจะเป็นการสนับสนุนการขยายกิจการทั้งธุรกิจอาหารและธุรกิจโรงแรมในอนาคต โดยธุรกิจอาหารคาดว่าจะมีโอกาสในการซ้ออกิจการใหม่ ในส่วนของธุรกิจโรงแรมน่าจะเห็นการเติบโตที่มากกว่าปกติในปี 2561 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการบรรลุเป้าหมายของบริษัทในระยะยาวที่ตั้งเป้าหมายมีโรงแรมอย่างน้อย 70 แห่ง และร้านอาหาร 1,000 สาขา ภายในปี 2563 จากปัจจุบันมีโรงแรมที่ 57 แห่ง และร้านอาหาร 801 สาขา ในช่วงแรกของปี 2559 โดยโรงแรมใหม่นี้จะรวมโรงแรม Cosi hotels 2 แห่ง (คือที่ สมุยและ พัทยา) และโครงการร่วมทุนโรงแรมแห่งใหม่ที่ประเทศดูไบ และโอกาสในการเพิ่มโรงแรมแห่งใหม่ที่ Maldives









