ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้น
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้น
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น หลัง EIA รายงานยอดสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ของสัปดาห์ที่แล้วลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า จะสนับสนุนการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มพลังงาน ขณะที่การโต้วาทีของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐได้เริ่มขึ้นแล้วเช้านี้ ซึ่งที่ผ่านมาตลาดได้ตอบรับเชิงบวกหากฮิลลารีได้รับความนิยมมากกว่า
แนวรับ/แนวต้าน : 1460/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิง
หุ้นแนะนำ
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ
PTTEP (101) : แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ราวๆ 4.5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy และดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ตอนแรกที่ 3.9-4.0 พันล้านบาท นอกจากนี้กำไรยังผลกระทบจากปัจจัยในประเทศน้อย รวมทั้งยังได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ “สมคิด” เรียกร้องคนไทยเชื่อมั่นภาวะเศรษฐกิจประเทศ ยันเศรษฐกิจยังสดใส ต่างชาติพร้อมลงทุน หวังคนไทยเปลี่ยนความโศกเศร้าเป็นพลังสามัคคี เคลื่อนเศรษฐกิจ ระบุต่างชาติจับตาทิศทางประเทศ ขณะ “ธนะศักดิ์” ชี้ท่องเที่ยวยังปกติ เร่งชี้แจงต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย (กรุงเทพธุรกิจ)
+ ส.อ.ท.โชว์เชื่อมั่นอุตสาหกรรมปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังคำสั่งซื้อในและต่างประเทศพุ่ง แต่ห่วงเศรษฐกิจโลกกระทบประเทศไทย พร้อมปลื้มยอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งปีได้ตามเป้า 7.5 แสนคัน และหวั่นส่งออกไปไม่ถึง 1.22 ล้านคันเหตุวิกฤติในตะวันออกกลาง (ไทยโพสต์)
+ ธปท.วอนประชาชนอย่ากังวลยันธนบัตรปัจจุบันยังใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายไม่มีกำหนด แจงแบงก์ใหม่ต้องได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตก่อนจึงเริ่มผลิตได้ ทางด้านผู้ประกอบการค้าปลีก พร้อมใจขายเสื้อผ้าสีดำราคาพิเศษ สามารถผ่อน 0% นาน 6 เดือน กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ ยันสัปดาห์นี้เสื้อดำออกสู่ตลาดเพียงพอ จ่อขาย 7 แสนตัว การบินไทยลดค่าตั๋ว 10 เส้นทาง ให้ประชาชนเดินทางมาแสดงความไว้อาลัย (ไทยโพสต์)
- เพอร์เฟค-ศุภาลัย อสังหารายใหญ่หวั่นกำไรไตรมาส 4 ชะลอ หลังผู้บริโภคนิ่ง “พฤกษา” ประมาณการกำไรปีนี้เหลือ 7 พันล้าน ร่วง 8.8% เหตุยอดขายคอนโดฯดิ่ง ค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างพุ่งจากการขยับขึ้นฐานะโฮลดิ้ง ทางด้านแบงก์เผยธุรกิจเอสเอ็มอีปรับตัวดีขึ้น กำลังซื้อในและนอกประเทศช่วงปลายปียังมา ตลาดซีแอลเอ็มวีมีศักยภาพ ขณะที่หนี้เสียผ่านจุดสูงสุดแล้ว ด้านกสิกรไทยคุมเอ็นพีแอลทั้งปีไม่เกิน 4.35% ขณะที่ทหารไทย แนะปิดความเสี่ยงรับแนวโน้มบาทแข็งลึก (กรุงเทพธุรกิจ)
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน ขณะที่การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน และการเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทมอร์แกน สแตนลีย์ได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มการเงิน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 40.68 จุดหรือ 0.22% สู่ 18,202.62, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 4.69 จุดหรือ 0.22% สู่ 2,144.29 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 2.58 จุดหรือ 0.05% สู่ 5,246.41 (รอยเตอร์)
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 2.6 % ในวันพุธ และทะยานขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับปิดสูงสุดรอบ 15 เดือน หลังจากรัฐบาลสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบดิ่งลงเป็นสัปดาห์ที่ 6 ในรอบ 7 สัปดาห์ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.พุ่งขึ้น 1.31 ดอลลาร์ หรือ 2.6 % มาปิดตลาดที่ 51.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 50.69-51.93 ดอลลาร์ โดยระดับปิดวันพุธถือเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2015 ส่วนจุดสูงสุดของวันพุธถือเป็นจุดสูงสุดในรอบ 15 เดือน (รอยเตอร์)
+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ขณะที่หุ้นชาร์ป คอร์ปพุ่งขึ้น 11% หลังจากบริษัทประกาศว่า ผลกำไรในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 35.30 จุด หรือ 0.21% ที่ 16,998.91 (รอยเตอร์)
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันพุธ ในขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งตามราคาน้ำมันดิบ และหุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้น หลังจากธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์ของสหรัฐเปิดเผยผลกำไรที่ดีเกินคาด ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 21.86 จุด หรือ 0.31 % สู่ 7,021.92 (รอยเตอร์)









