ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะยังแกว่งตัวออกด้านข้างต่อ โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศวานนี้ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index) เดือน ก.ย. 2559 เพิ่มขึ้น 0.3%mom ตรงตามที่ตลาดคาดไว้ และสูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่เพิ่มขึ้น 0.2%mom นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนอาจยังชะลอดูผลการโต้วาทีเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลา 8.00 น ของวันที่ 20 ต.ค. 2559 ในประเทศไทย (21.00 น. ของวันที่ 19 ต.ค. 2559 ในสหรัฐ) ขณะที่นักลงทุนต่างชาติวานนี้ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่ออีก 2,366 ล้านบาท แต่ค่าเงินบาทวานนี้ไม่ได้อ่อนค่าเพิ่มขึ้น
แนวรับ/แนวต้าน : 1450/1490 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิง
หุ้นแนะนำ
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
CPF (37.00) : คาดผลประกอบการจะสูงที่สุดในช่วง 3Q59 เนื่องจาก 1) ราคาไก่ที่อยู่ในระดับสูงจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการนำเข้าไก่จากญี่ปุ่น และผลกระทบของการห้ามนำเข้าไก่ปู่ย่าพันธุ์จากสหรัฐตั้งแต่ต้นปี 2558 จากโรคระบาดไข้หวัดนก 2) ธุรกิจกุ้งที่เริ่มฟื้นตัว และ 3) ต้นทุนอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ
PTTEP (101) : แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 คาดว่าจะอยู่ราวๆ 4.5 พันล้านบาทเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy และดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ตอนแรกที่ 3.9-4.0 พันล้านบาท นอกจากนี้กำไรยังผลกระทบจากปัจจัยในประเทศน้อย รวมทั้งยังได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง
PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ นายกฯ สั่งหน่วยงานรัฐ ช่วยชี้แจง-สร้างความเชื่อมั่นประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจประเทศ ย้ำมาตรการขับเคลื่อนยังเดินหน้าต่อเนื่อง ครม.ไฟเขียวกู้เอดีบีสร้างถนนเชื่อมเพื่อนบ้าน (กรุงเทพธุรกิจ)
+ “ประยุทธ์” ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช. ปลด สุขุมพันธุ์ – 4 รองผู้ว่าฯ กทม.” ตั้ง “อัศวิน ขวัญเมือง” ทำหน้าที่แทนมีผลทันทีหลังมีคำสั่ง “พักงาน” เมื่อ 25 ส.ค. ระบุเพื่อความต่อเนื่องการทำงานโดยเฉพาะอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงที่มีพิธีสำคัญ นายกฯ ชี้การสอบสวนยังไม่มีข้อสรุป “อัศวิน” เร่งตั้งทีมรองผู้ว่าฯ ใหม่ภายใน 21 ต.ค.นี้ สตง.ระบุคดีไฟประดับมีมูล (กรุงเทพธุรกิจ)
- นายสมประวิณ มันประเสริฐ ที่ปรึกษาและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ฐานะการเงินของครัวเรือนไทยทยอยฟื้นตัว เนื่องจากภาระหนี้จากรถคันแรกของครัวเรือนทยอยหมดลงนับจากปลายปีนี้เป็นต้นไป ส่งผลให้กำลังซื้อของครัวเรือนเพิ่ม 8,000-1.2 หมื่นบาท/คน/เดือน คาดสิ้นปีนี้จะมีรถคันแรกครบกำหนดผ่อนชำระประมาณ 3-4 หมื่นราย (โพสต์ทูเดย์)
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในเดือนนี้หลังการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากบริษัทต่างๆ อาทิ UnitedHealth และ Netflix ซึ่งเท่ากับเป็นการยุติการลดลงของผลกำไรที่ดำเนินมา 4 ไตรมาสติดต่อกัน ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 75.54 จุดหรือ 0.42% สู่ 18,161.94, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 13.10 จุดหรือ 0.62% สู่ 2,139.60 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 44.01 จุดหรือ 0.85% สู่ 5,243.84 (รอยเตอร์)
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นอีซีเจ็ต ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ และได้รับแรงหนุนจากการทะยานขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ โดยปัจจัยบวกเหล่านี้ช่วยบดบังการดิ่งลงอย่างรุนแรงของหุ้นเบอร์เบอร์รี ซึ่งเป็นบริษัทสินค้าหรูหรา ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 52.51 จุด หรือ 0.76 % สู่ 7,000.06 (รอยเตอร์)
+ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร จากแรงซื้อหุ้นที่อ่อนไหวต่ออุปสงค์ภายในประเทศ แต่การปรับตัวขึ้นเป็นไปอย่างจำกัด ขณะที่นักลงทุนจะมองหาปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆจากการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่นที่จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 63.49 จุดหรือ 0.38% สู่ระดับ 16,963.61 (รอยเตอร์)
- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน และราคาน้ำมันยังปรับขึ้นไปอีกในช่วงหลังตลาดปิดทำการ โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานของการปิโตรเลียมสหรัฐ (API) ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงอย่างพลิกความคาดหมายในสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.ปรับขึ้น 35 เซนต์ หรือ 0.7 % มาปิดตลาดที่ 50.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (รอยเตอร์)









