ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดว่าจะปรับตัวลง จากการขาดปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุน ขณะที่นักลงทุนบางส่วนอาจรอดูผลการโต้วาทีครั้งที่ 2 ของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน และโดนัล ทรัมป์ ในช่วงเช้าวันนี้ ด้านการรายงาน Nonfarm Payrolls เดือน ก.ย. 2559 ของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาพบว่าเพิ่มขึ้น 156,000 ตำแหน่ง ซึ่งอยู่ในขอบล่างที่ตลาดคาดไว้ที่ 155,000 - 200,000 ตำแหน่ง และต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 167,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงคาดว่า FED จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือน ธ.ค. 2559
แนวรับ/แนวต้าน : 1490/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%
กลยุทธ์ : ลดพอร์ตลงบางส่วนบริเวณแนวต้าน เก็บหุ้นขนาดใหญ่ที่ในกลุ่มที่อิงกับการลงทุนและการบริโภคในประเทศ เก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน
หุ้นแนะนำ
EGCO (220) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยไตรมาส 3/59 คาดรายได้จะเป็นจุดสูงสุดของปีจากโรงไฟฟ้าขนอม (KN4) ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส พร้อมทั้งคาดว่าจะ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ชัยภูมิกำลังการผลิต 90 MW ในช่วงไตรมาส 4/59 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้าขนอม และยังเป็นหุ้น Defensive play ในช่วงตลาดขาลง
PTT (405) : คาดได้รับผลประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการที่โอเปกบรรลุข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน ประกอบกับภาพรวมธุรกิจก๊าซที่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วง 2H59 นอกจากนี้เราคาดว่า PTT จะได้ประโยชน์จาก พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงสิ้นปี 59 นี้
BCH (14.00) : คาดกำไร 3Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy จากช่วง high season และการรับรู้รายได้ประกันสังคมที่เลื่อนมาจากช่วง 2Q59 ทั้งนี้เราคาดกำไรปี 59 นี้ จะเติบโตก้าวกระโดดจาก การฟื้นตัวอย่างมากของ รพ. WMC การเติบโตของ รพ.ในเครือทั้งจำนวนผู้ป่วยนอกและใน การขึ้นค่ารักษาพยาบาล และจำนวนผู้ป่วยประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น
TPCH (24.56) : เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น จากโรงไฟฟ้าแห่งที่ 4 (TSG) คาดว่าจะ COD ได้ในช่วง 3Q59 และโรงไฟฟ้าอีก 2 โรง (PGP และ SGP) จะทยอย COD ในช่วงต้นปี 60 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจาก 1) การเปลี่ยนระบบการรับซื้อราคาของโรงไฟฟ้าแห่งที่ 1 (CRB) จาก Adder เป็น Fit 2) โรงไฟฟ้าที่ปัตตานีซึ่งอยู่ระหว่างการขอ PPA 3) การประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้และรอบใหม่ๆ และ 4) การลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกในต่างประเทศ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ ประชุมเอซีดี ชู “ฟินเทค” พลิกโฉมโลกธุรกิจเอเชีย ชี้ “โมบาย” มีอิทธิพลสูง แนะวางเป้าหมายชัดเจน มองภาพระดับโกลบอล พร้อมผสานความร่วมมือผลักดันการเติบโตไปทั้งภูมิภาค (กรุงเทพธุรกิจ)
+ นายกฯ ตรวจความพร้อม “อีอีซี” พร้อมถกเอกชนรับฟังความเห็น 12 ต.ค.นี้ เตรียมตั้งสำนักงานชั่วคราวที่ทำเนียบรัฐบาลระหว่างออกฏหมายบังคับใช้ “สมคิด” เผยค่ายบีเอ็ม เตรียมพิจารณาเข้าลงทุน ขณะภาคเอกชนชี้นักลงทุนขานรับหลังนโยบายชัดเจน คาดเห็นการลงทุนใน 1 ปี (กรุงเทพธุรกิจ)
+ "สมคิด" เชื่อมั่นยึดหัวหาดยุโรปมาลงทุนไทยได้เพิ่มขึ้น ชี้เลือกตั้งปีหน้าเพิ่มความมั่นใจนักลงทุนได้ จ่อรุกอังกฤษดึงเงินทุนต่อเนื่อง ขณะที่สั่งกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งศูนย์กลางพัฒนาเอสเอ็มอี ยึดเยอรมนีต้นแบบพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 (ไทยรัฐ)
- ยอดผู้ประกันตนขอรับ "เงินชดเชยว่างงาน" จากประกันสังคมปี 59 พุ่งพรวด แค่ 2 เดือนแรกเท่ากับตลอดทั้งปี 58 ถึงสิ้นปีมีแนวโน้มสูงเกิน 2 เท่า "ปลัดแรงงาน" รับสถานการณ์เลิกจ้างอยู่ในระดับ "เฝ้าระวัง" จากเหตุกิจการขาดทุน ขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรม "ยานยนต์-สิ่งทอ-ยาง" จับตา 4 จังหวัดเป็นพิเศษ พร้อมเล็ง 4 มาตรการช่วยเหลือ (กรุงเทพธุรกิจ)
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันศุกร์ ขณะที่การร่วงลงของค่าเงินปอนด์สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงิน และรายงานการจ้างงานของสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาดไม่เพียงพอที่จะลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 28.01 จุดหรือ 0.15% สู่ 18,240.49, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 7.03 จุดหรือ 0.33% สู่ 2,153.74 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 14.45 จุดหรือ 0.27% สู่ 5,292.40 (รอยเตอร์)
+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันศุกร์ ในขณะที่ค่าเงินปอนด์ดิ่งลง และปัจจัยนี้จะส่งผลบวกต่อบริษัทส่งออกและบริษัทอังกฤษที่มีกิจการในต่างประเทศ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 44.43 จุด หรือ 0.63 % สู่ 7,044.39 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,999.96-7,079.25 (รอยเตอร์)
- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลงในวันศุกร์ ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งอาจกระทบทิศทางระยะใกล้ของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 39.01 จุดหรือ 0.23% ที่ 16,860.09 (รอยเตอร์)
+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1.3 % ในวันศุกร์ ในขณะที่นักลงทุนเทขายทำกำไรสัญญาน้ำมัน หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพุ่งขึ้นเกือบ 15 % สู่จุดสูงสุดรอบ 4 เดือนที่ 50.74 ดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพ.ย.ดิ่งลง 63 เซนต์ หรือ 1.3 % มาปิดตลาดที่ 49.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 49.40-50.74 ดอลลาร์ (รอยเตอร์)








