วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘พีดับบลิวซี’โชว์รายได้โต7%เพิ่มลงทุนเทคโนฯ

“พีดับบลิวซี” เผยรายได้ปี 59 เฉียด 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 7.3% เล็งลงทุนเทคโนโลยีเพิ่ม ตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล

นายโรเบิร์ต อี มอริตซ์ ประธาน บริษัท PricewaterhouseCoopers International Ltd  หรือ PwC เปิดเผยว่าผลการดำเนินธุรกิจของเครือข่าย“พีดับบลิวซี”  ทั่วโลกรอบปีงบประมาณ 2559(งบการเงินสิ้นสุด ณ 30 มิ.ย.2559)  มีรายได้รวม 35,896 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากรอบปี 2558 ที่มีรายได้ 35,356 ล้านดอลลาร์เติบโต 7.3% รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากธุรกิจตรวจสอบบัญชี

“รายได้ของบริษัทที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกสายธุรกิจและทุกตลาดสำคัญในปีนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณภาพในการให้บริการ ความไว้วางใจของลูกค้าที่ให้เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายสำคัญในการดำเนินธุรกิจของพีดับบลิวซี” นายมอริตซ์ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานแยกตามประเภทธุรกิจในปี 2559 ธุรกิจตรวจสอบบัญชี (Assurance) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทสร้างรายได้ให้แก่บริษัทถึง 15,280 ล้านดอลลาร์ เติบโต 6.4% จากปีที่ผ่านมา ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและแรงกดดันทางด้านราคาของธุรกิจตรวจสอบบัญชีทั่วโลก โดยบริการตรวจสอบบัญชีให้แก่ลูกค้าในกลุ่มตลาดทุนยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง  

ขณะเดียวกันพีดับบลิวซี ได้พัฒนาคุณภาพบริการโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในบริการด้านบัญชี เช่น ความเสี่ยงด้านไอที การประกันข้อมูล เป็นต้น

ส่วนธุรกิจที่ปรึกษา (Advisory) ในปีนี้สร้างรายได้ให้บริษัท 11,531 ล้านดอลลาร์ เติบโต 8.3% จากปีก่อน โดยความต้องการบริการด้านที่ปรึกษาในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การตรวจสอบทุจริต และการควบรวมยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ดิจิทัล และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เป็นผลมาจากการลงทุนด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นของพีดับบลิวซีในช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่ธุรกิจด้านภาษี (Tax) ปีนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 7.4% มาแตะที่ระดับ 9,085 ล้านดอลลาร์ เป็นผลพวงมาจากตลาดการควบรวมกิจการที่เติบโต รวมไปถึงความต้องการด้านที่ปรึกษาในการปฏิบัติตามหลักภาษี และการตั้งราคาโอน (Transfer pricing) ของกิจการข้ามชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า เอเชียถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ผลักดันให้รายได้ของพีดับบลิวซี  เติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ โดยเอเชียมีอัตราการเติบโตของรายได้สูงที่สุดโดยเพิ่มขึ้นถึง 10.3% มาอยู่ 4,391 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มาจากผลการดำเนินงานของเครือข่ายพีดับบลิวซีประเทศจีนและอินเดีย

“พีดับบลิวซี ประเทศไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้รวมของเครือข่ายในปีนี้เติบโตอย่างโดดเด่น ท่ามกลางภาวะกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น นั่นเพราะความมุ่งมั่นในการคงคุณภาพบริการและยึดมั่นในความเป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของเรา ทำให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้บริการอย่างต่อเนื่องและเราเชื่อมั่นว่ารายได้ในปีหน้าจะเติบโตจากปีนี้เช่นกัน”

สำหรับเครือข่ายพีดับบลิวซี ในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกรายได้เติบโต 10% รองลงมาคือ ทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้รายได้เพิ่มขึ้น 9.4% ส่วนทวีปอเมริกาเหนือและแคริบเบียน ตามมาเป็นอันดับสี่เติบโตเกือบ 8% โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จาก พีดับบลิวซี สหรัฐ  ซึ่งเป็นบริษัทเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด ขณะที่รายได้จากทวีปตะวันออกกลางและแอฟริกาเติบโต 7% ทวีปยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น 5.9% และทวีปออสตราเลเซียและหมู่เกาะแปซิฟิก โต 5.3%

ลงทุนเทคโนโลยีเพิ่ม

นายมอริตซ์ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาพีดับบลิวซี ได้ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบไอที ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ การประกันและวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ตลาดทุน และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยเน้นคุณภาพเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ ในปี 2559 เครือข่ายพีดับบลิวซีทั่วโลกใช้เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ในการเพิ่มคุณภาพและส่งมอบบริการที่ดีให้กับลูกค้า

ทั้งนี้ พีดับบลิวซี มุ่งเน้นในการวางกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระยะยาว โดยมองไปข้างหน้าไม่ว่าจะเป็นการให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชีและภาษีที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป งานธุรกิจที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่อิทธิพลของดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือนมาประยุกต์ใช้ ซึ่งทั้งหมดต้องสอดรับกับเป้าหมาย (Purpose) ในการสร้างความเชื่อมั่นและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าและสังคมส่วนรวม

ด้านนาย ศิระ กล่าวเสริมว่า พีดับบลิวซี ประเทศไทยเองอยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อนำเข้ามาช่วยในด้านงานตรวจสอบบัญชี เพื่อรองรับกับความความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก สวนทางกับจำนวนผู้สอบบัญชีในตลาดที่มีจำนวนไม่เพียงพอ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าในยุคดิจิทัลอีกด้วย     

‘บุคลากร’ฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจ

ในปีที่ผ่านมา เครือข่ายพีดับบลิวซีได้จ้างบุคลากรทั่วโลกจำนวนทั้งสิ้นถึง 58,081 คนทั่วโลก โดยในจำนวนนี้เป็นบัณฑิตจบใหม่ถึง 26,780 คน ทำให้ปัจจุบันพีดับบลิวซี มีจำนวนพนักงานในเครือข่ายทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 223,000 คน เพิ่มขึ้นมากกว่า 7% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ้างงานในภูมิภาคเอเชีย ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก