คาดกำไรไตรมาส 3/59 ดีขึ้นจากสำรองหนี้เสียที่ลดลง
ประเด็นการลงทุน
เราได้เข้าร่วมงาน analyst meeting เมื่อวานนี้ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ KTB ระบุว่าบริษัทได้ปรับลดเป้าหมายสินเชื่อลงมาอยู่ที่ติดลบ 1-2% จากที่เติบโต 0-3% ก่อนหน้านี้จากความกังวลต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ จากนโยบายที่รัดกุมมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เราปรับการตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่ม 12% มาอยู่ที่ 3.15 หมื่นล้านบาทในปี 2559 เพื่อสะท้อนวัตถุประสงค์ของ KTB ที่จะปรับอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มาอยู่ที่ 130% ในปี 2560 จาก 103% ในไตรมาส2/59 นอกจากนี้เราปรับลดประมาณการสินเชื่อเติบโตปี 2559 ที่ 2.0% มาอยู่ที่ติดลบ 3.0% อย่างไรก็ตามการบริหารต้นทุนเงินทุนที่ดีทำให้เราปรับเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 อีกที่ 15 bps มาอยู่ที่ 3.05% เรามองว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยช่วยกลบผลกระทบจากการตั้งสำรองหนี้เสียปี 2559 ที่เพิ่มขึ้นและสินเชื่อที่หดตัวลงได้ ดังนั้นเรายังคงประมาณการกำไร 2559 ที่ 2.85 หมื่นล้านบาท ทรงตัว YoY ก่อนจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% มาอยู่ที่ 3.15 หมื่นล้านบาทในปี 2560 ปัจจุบันราคาค่าหุ้นยังคงถูกมากด้วย PBV ณ สิ้นปี 2560 ที่เพียง 0.9 เท่า เรายังคงคำแนะนำ “ถือ”
กำไรไตรมาส3/59โตจากการตั้งสำรองหนี้เสียที่ลดลงจากกรณี บริษัท SSI
เราประมาณการกำไรไตรมาส 3/59 ที่ 6.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% YoY แต่ลดลง 22% QoQ ซึ่งกำไรที่ดีมาจากการตั้งสำรองหนี้เสียที่ลดลง เราคาดการตั้งสำรองหนี้เสียของธนาคารไตรมาส3/59 อยู่ที่ 7.2 พันล้านบาท ลดลง 31% YoY (หลังจากธนาคารสำรองหนี้เสียจำนวนมากในกรณีของสหวิริยาสตีลอินดัสตรีในปีก่อน) ผู้บริหารชี้แจงว่าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ KTB จะปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ 130% ในปีหน้าจาก 103% ในปัจจุบัน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 3/59 จะอยู่ที่ 3.0% ใกล้เคียงกับ ไตรมาสที่ผ่านมา นอกจากนี้รายได้จากค่าธรรมเนียมคาดเติบโต 6-8% จากกำไรจากการปริวรรตเงินตรา,การ cross-selling ของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น ประกันภัยจากธนาคาร, กองทุนรวม และบัตรเอทีเอ็ม
กำไรไตรมาส4/59 อาจลดลงจากการตั้งสำรองหนี้เสียที่สูงขึ้น
แม้ว่า KTB ไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายถึงการตั้งสำรองหนี้เสียสำหรับไตรมาส4/59 และปีหน้า แต่ผู้บริหารคาดว่าจะมีการปรับเพิ่มการตั้งค่าสำรองหนี้เสีย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและคุณภาพของการตั้งสำรองหนี้เสีย ซึ่งการตั้งสำรองหนี้เสียที่สูงในไตรมาส 4/59 น่าจะทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มาอยู่ที่ 130% ด้วยอัตราที่เท่ากันกับเมื่อปีที่ผ่านมา ดังนั้น เราคาดกำไรไตรมาส 4/59 จะแย่กว่าไตรมาสที่แล้ว เนื่อมาจากการตั้งสำรองหนี้เสียที่สูงและค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานก้อนใหญ่ ธนาคารมีแผนที่จะเพิ่มการลงทุนในด้าน IT และระบบธนาคาร
คาดสินเชื่อลดลงอีก หากโครงการของภาครัฐฯล่าช้า
ผู้บริหารคาดสินเชื่อปี 2559 อาจลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้วจาก 0-3% คาดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยดีขึ้นที่ 3.0% จากเดิม 2.9-3.0% นอกจากนี้ยังคาดว่าโครงการของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจจะช่วยหนุนอุปสงค์สินเชื่อให้เพิ่มมากขึ้นในไตรมาส 4/59 เนื่องจากรัฐบาลมีแผนที่จะเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส4/59 อย่างไรก็ตาม เราปรับลดประมาณการสินเชื่อเติบโตปี 2559 ที่โต 2% มาเป็นติดลบ 3% ในเชิงอนุรักษ์นิยม KTB รายงานสินเชื่อหดตัวสุทธิที่ 2.7% ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่เราปรับเพิ่มสมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 มาอยู่ที่ 3.05% จากเดิม 2.9% จากการที่ธนาคารสามารถลดต้นทุนได้ดีกว่าที่เราคาด ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 อยู่ที่ 3.10%









