วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฟผ.เร่งลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ

"กฟผ." เร่งเดินหน้าการลงทุนตามนโยบาย "สมคิด" รับการลงทุนปี 60 ไม่เป็นไปตามเป้า หลังโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งกระบี่และเทพาล่าช้ากว่าแผน

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า จากนโยบายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจลงทุน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2560 ดังนั้น กฟผ.จึงเร่งรัดทุกโครงการ มีการประมูล และไล่ดูว่าโครงการขนาดใหญ่ที่มีหลายสัญญาจะสามารถเริ่มส่วนใดได้เร็วที่สุดและจะเร่งลงนามสัญญาบางส่วนได้ในไตรมาส 1 ปี 2560 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการลงทุนปี 2560 คงไม่สามารถลงทุนได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งกระบี่และเทพาล่าช้ากว่าแผนยังไม่ได้รับอนุมัติแผนการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ดังนั้น ปีหน้าเงินลงทุนส่วนนี้คงไม่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ เร็ว ๆ นี้จะเสนอ ครม.ขออนุมัติก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนพระนครใต้ เฟส 1 กำลังผลิตรวม 1,300 เมกะวัตต์ ซึ่งตามเป้าหมายจะก่อสร้างเสร็จปี 2562 และในอนาคตจะขออนุมัตอีก 1 เฟส กำลังผลิต 1,300 เมกะวัตต์เข้าระบบปี 2565 โดยในส่วนนี้นับว่าจำเป็น เพราะความต้องการไฟฟ้าใน กทม.และปริมณฑลมีปริมาณสูงการก่อสร้างสายส่งใหม่ เพื่อส่งไฟฟ้าเข้ามาทำได้ยาก ดังนั้น พื้นที่โรงไฟฟ้าเดิมทั้งพระนครใต้และบางปะกง จึงสามารถรองรับในส่วนนี้ได้ โดยในส่วนของบางปะกงมีแผนจะสร้างอีก 2 เฟสเช่นกันกำลังผลิตเฟสละ 1,400 เมกะวัตต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนโรงไฟฟ้าทดแทนเฟส 1 ของพระนครใต้และบางปะกงทางบอร์ด กฟผ.อนุมัติผลประกวดราคาไปแล้ว หาก ครม.อนุมัติโครงการจะเดินหน้าก่อสร้างได้ทันที โดยโครงการโรงไฟฟ้าทดแทนพระนครใต้เฟส 1 ทางกิจการค้าร่วมระหว่างซีเมนส์และมารูเบนิเป็นผู้ชนะการประมูลด้วยราคาก่อสร้าง 18,405 ล้านบาท และโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกงทดแทนเครื่องที่ 1-2 จังหวัดฉะเชิงเทรา กิจการค้าร่วมระหว่างซูมิโตโม, แบล็ค แอนด์ วิชซ์ (ประเทศไทย) และอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูลด้วยราคา 21,882 ล้านบาท โดยจากราคาน้ำมันและเหล็กที่ลดลง ส่งผลค่าจัดซื้อและจ้างก่อสร้างของทั้ง 2 โครงการนี้รวมกันต่ำกว่าราคากลางที่ประเมินไว้ถึงร้อยละ 31.05 หรือประมาณ 18,142 ล้านบาท

นายกิจจา กล่าวว่า ตามแผนลงทุนของ กฟผ.10 ปีนับจากนี้ (2559-2569) จะมีเม็ดเงินลงทุนประมาณ 120,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่งอย่างละครึ่ง เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าและความมั่นคงด้านพลังงาน อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างขณะนี้มีหลายปัจจัยที่ไม่แน่ชัดว่าจะทำให้ได้ตามแผนหรือไม่ เช่น เรื่องอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อม โดยในส่วนของสายส่งไฟฟ้านอกจากขออนุมัติอีเอชไอเอแล้วยังต้องขออนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพิ่มอีกด้วย โดยโครงการสายส่งที่ต้องเร่งดำเนินการ เช่น สายส่ง 500KV “จอมบึง-บางสะพาน-สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต”ระยะทาง 800 ก.ม. เงินลงทุน 63,200 ล้านบาท ก่อสร้างปี 2562-2565 โดยโครงการนี้อาจจะแบ่งเป็น 3สัญญา เพื่อให้การก่อสร้างรวดเร็วมากกว่าสัญญาเดียว