วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาเธ่ย์ฯชูพรีเมียมราคาต่ำแข่งศึกการบิน

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ปรับกลยุทธ์โหมราคาดึงดูดตลาดท่องเที่ยวเพิ่ม ชูแผนรีแบรนด์สายการบินดรากอนแอร์ ใหม่ พ.ย.นี้ ยกระดับเป็นสายการบินเต็มรูปแบบ

นางสาวอากาธ่า ลี ผู้จัดการประจำประเทศไทย สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค กล่าวว่า จากสถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจสายการบินที่รุนแรงมากขึ้น ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งยังเป็นปัจจัยลบและส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้คาเธ่ย์ แปซิฟิค กรุ๊ป มีรายได้ลดลง 9.3% เป็น 4.56 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 2.04 แสนล้านบาท) และทำกำไรได้ 353 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (1,576 ล้านบาท) ลดลงราว 82.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้น ทำให้สายการบินต้องปรับกลยุทธ์เพื่อให้เข้ากับสภาพตลาดมากขึ้นหลังจากนี้ โดยเตรียมเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเพิ่ม เพื่อมาชดเชยตลาดลูกค้าเชิงธุรกิจ (คอร์ปอเรท) ที่ลดลงเป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจโดยตรง

ทั้งนี้ ให้ความสำคัญกับตลาดลูกค้าคนไทยที่เห็นแนวโน้มการขยายตัวในช่วง 6 เดือนแรกที่ดีขึ้น มักมีพฤติกรรมการเดินทางในช่วงวันหยุดอย่างหนาแน่นเช่นในเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น ซึ่งจะมาสอดคล้องกับความได้เปรียบในฐานะที่บริการที่มีเส้นทางยอดนิยม อาทิ กรุงเทพฯ-ฮ่องกง 9 เที่ยวต่อวัน หรือรวม 63 เที่ยวบิน/สัปดาห์ มากที่สุดในบรรดา 7 สายการบินที่ให้บริการในเส้นทางเดียวกันในเวลานี้ และยังมีเส้นทางเชื่อมต่อจากเมืองหลักในภูมิภาคอื่นๆ ได้แก่ ภูเก็ต-ฮ่องกง 2 เที่ยว/วัน รวม 14 เที่ยว/สัปดาห์ และเมื่อเร็วๆ นี้มีการอัพเกรดเครื่องบินจากรุ่นแอร์บัส เอ320 มาเป็นแอร์บัส เอ330 เพิ่มความจุที่นั่งขึ้น รวมถึงมีเที่ยวบิน เชียงใหม่ – ฮ่องกง 1 เที่ยว/วัน รวม 7 เที่ยว/สัปดาห์ด้วย

ดังนั้นจึงวางกลยุทธ์ให้ราคาที่สามารถแข่งขันในตลาดได้ มาสร้างแรงจูงใจเสริมกับการนำเสนอบริการในฐานที่เป็นสายบินเต็มรูปแบบที่วางตำแหน่งทางการตลาดเป็นระดับพรีเมียม โดยเส้นทางหลักอย่างฮ่องกงวางระดับราคาเริ่มต้นที่ 4,700 บาท ขณะเดียวกันเตรียมเกาะกระแสความนิยมของคนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ด้วยการเสนอเส้นทางบินที่เชื่อมต่อผ่านฮับที่ ฮ่องกง และเข้าสู่ญี่ปุ่นรวม 6 จุดหมาย ได้แก่ ฟุกุโอกะ 2 เที่ยว/วัน, โตเกียว 57 เที่ยว/สัปดาห์, โอซาก้า 4 เที่ยว/วัน, ซัปโปโร 5 เที่ยว/สัปดาห์, นาโกย่า 11 เที่ยว/สัปดาห์ และโอกินาว่า 4 เที่ยว/สัปดาห์ โดยวางราคาเริ่มต้นราว 11,700 บาท

ขณะเดียวกัน มีการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการด้วยการนำเครื่องบินรุ่นใหม่แอร์บัส เอ350XWB มาให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกง ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำเข้ามาให้บริการผ่านยอดการสั่งซื้อไปทั้งหมดกว่า 48 ลำและจะทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2563 และเบื้องต้นมีแผนนำเครื่องดังกล่าวไปใช้กับเส้นทางในระยะไกล เช่น ลอนดอน ในอังกฤษ, ดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี และแวนคูเวอร์ ในแคนาดา ด้วย

นอกจากนั้นในเดือน พ.ย.นี้ เตรียมแผนรีแบรนด์สายการบินในเครือ คือ ดรากอนแอร์ ซึ่งเป็นเครือข่ายในการเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดจีนให้เป็นสายการบินระดับพรีเมียมใกล้เคียงกับคาเธ่ย์ แปซิฟิค มากขึ้น โดยเปลี่ยนชื่อเป็น คาเธ่ย์ ดรากอน พร้อมกับเปลี่ยนโลโก้ใหม่มาเป็นแบบเดียวกับคาเธ่ย์ แปซิฟิค แต่ใช้สีแดงแบบเดิมเป็นหลัก พร้อมกับการอัพเกรดบริการบางอย่างให้ใกล้เคียง แต่จะไม่เน้นการเพิ่มราคาตั๋วโดยสารขึ้นในทันที เพราะต้องพิจารณาตามสภาพการแข่งขันของแต่ละเส้นทางด้วย

นางสาวอากาธ่า กล่าวถึงนโยบายการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญในไทยด้วยว่า อาจจะมีผลกระทบเพียงในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะเป็นการปรับตัวสู่ผลที่ดีขึ้นในระยะยาว โดยในขณะนี้คาเธ่ย์ กรุ๊ป ยังคงให้ความสำคัญต่อตลาดจีนต่อเนื่อง โดยมีเส้นทางสู่ประเทศจีนทั้งหมดกว่า 23 จุดหมาย รวมกว่า 400 เที่ยว/สัปดาห์ ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ เซี่ยงไฮ้ 120 เที่ยว/สัปดาห์, ปักกิ่ง 111 เที่ยว/สัปดาห์, เฉินตู 2 เที่ยว/วัน, เซียะเหมิน 4 เที่ยว/วัน ซึ่งประเมินว่าผู้โดยสารชาวจีนที่เดินทางผ่านเครือข่ายของคาเธ่ย์ผ่านฮ่องกงเพื่อเชื่อมต่อมายัง 3 จุดหมายในไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต และเชียงใหม่ นั้น จะมีความสำคัญใกล้เคียงกับผู้โดยสารจากฮ่องกงโดยตรงด้วย