"วิษณุ" สั่งแจ้งผู้ชดใช้ทราบภายใน 45 วันก่อนยึดทรัพย์ค่าเสียหายข้าวจีทูจี "พาณิชย์" เล็งปิดประกาศหน้าบ้าน "บุญทรง" จ่อลากตัวนายกฯขึ้นศาล
ภายหลังจากนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามในคำสั่งทางปกครองเรียกชดใช้ทางละเมิดคดีข้าวจีทูจีเก๊แล้ว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) นั้น ได้เรียกค่าเสียหายจากนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กับพวก 6 คน หลังรมว.พาณิชย์และปลัดพาณิชย์ลงนามคำสั่งทางปกครองแล้วจากนี้ไปต้องแจ้งให้ผู้ต้องชดใช้ค่าเสียหายทราบภายใน 30 วัน หากยังไม่ดำเนินการชดใช้ จะแจ้งเตือนภายใน 15 และมีผลทันที
ทั้งนี้กรมบังคับคดีสามารถดำเนินการได้ทันที ยกเว้นนายบุญทรง ร้องศาลปกครอง แล้วศาลปกครองออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กระบวนการ จะต้องหยุดเพื่อรอคำพิพากษาของศาล
เมื่อถามว่านายบุญทรง ระบุว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม นายวิษณุ กล่าวว่า “อันนั้นไม่ทราบ” เมื่อถามต่อถึงการใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ออกคำสั่งคุ้มครองเจ้าหน้าที่นั้นทำถูกหรือไม่ นายวิษณุ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
เผยอาจต้องปิดประกาศหน้าบ้าน
รายงานข่าวกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า กรมฯได้ส่งหนังสือบังคับทางปกครองให้ผู้ต้องชำระค่าสินไหมทดแทนทั้ง 6 คนแล้ว วานนี้ (20 ก.ย.) ผ่านทางไปรษณีย์ในระบบอเอ็มเอส อย่างไรก็ตาม การนับจำนวนวันที่จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป จะยังไม่สามารถทำได้ จนกว่าผู้รับจะลงนาม ซึ่งเป็นการแสดงว่าได้รับหนังสือบังคับให้ต้องชำระค่าเสียหายแล้ว
ทั้งนี้การส่งไปรษณีย์เป็นจดหมายอีเอ็มเอสอาจถูกตีกลับ จึงประเมินว่าอาจต้องใช้วิธีปิดประกาศหน้าที่พักอาศัยปัจจุบัน หรือดำเนินการผ่านช่องทางอื่นๆ จนกว่าจะได้ลายเซ็นของผู้ต้องรับผิด จึงจะสามารถเริ่มนับระยะเวลาก่อนดำเนินการขั้นตอนอื่นต่อๆไป
เริ่มนับ 30 วันหลังเซ็นรับทราบ
โดยหลังรับหนังสือแล้วจะมีระยะเวลา 30 วันให้มาชำระค่าสินไหมทดแทน แต่หลังจากนั้นหากยังนิ่งเฉย จะให้เวลาอีกอย่างน้อย 7 วันแต่ไม่เกิน 15 วัน ก่อนจะมีหนังสือเตือน และมีหนังสือถึงกรมบังคับคดีให้ดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป
“ตามขั้นตอนหลังจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาที่จะดำเนินการ ตามขั้นตอนหลังรมว.พาณิชย์และปลัดพาณิชย์ลงนามหนังสือบังคับทางปกครอง ทั้งการติดตามเรื่อง และการทำหนังสือเตือน รวมถึงการทำหนังสือถึงกรมบังคับคดี โดยจะออกในนามกระทรวงพาณิชย์มีปลัดกระทรวงฯเป็นผู้ลงนามต่อไป” รายงานข่าวระบุ
“บุญทรง”จ่อยื่นศาลปกครอง
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตนกำลังรอเอกสารจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งมาอย่างเป็นทางการก่อน จากนั้นตนจะยื่นขอทุเลาคำสั่งและไต่สวนฉุกเฉิน เชื่อว่าศาลปกครองจะรับคำร้อง เพราะถือเป็นสิทธิ์ในการพิสูจน์ว่าคำสั่งออกมาโดยชอบและมีกระบวนการครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าตนจะฟ้องกลับทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามสิทธิ์ที่จะทำได้ เพราะการนำมาตรา 44 มาใช้เป็นการลัดขั้นตอน เร่งรัดให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่รัฐบาลตั้งธงไว้ รวมทั้งการที่นายกฯมอบหมายให้รมต.ลงนามแทน ทั้งที่ตามพ.ร.บ.เรียกให้ชดใช้ความผิดทางละเมิด ในระดับรัฐมนตรี กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องชี้แจงในชั้นศาลด้วย
"การดำเนินการที่ผ่านมาไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นในการระบายข้าว กรมการค้าต่างประเทศได้ทำสัญญา มีการระบุตัวเลข และได้รับการชำระเงินครบถ้วนสมบูรณ์ จึงมั่นใจว่าสิ่งที่ทำไปบริสุทธิ์และโปร่งใส นายกฯ คงไม่แคร์เรื่องนี้เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และไม่ต้องกลับไปลงเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญใหม่ก็ให้โอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลได้อีก จึงไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปโต้แย้ง คงต้องไปพูดกันที่ศาล” นายบุญทรง กล่าว
“มนัส”ยันสรุปคดีก่อนเกษียณ
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิด กรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยโครงการจำนำข้าวจนเกิดความเสียหายต่อรัฐ ว่า ขณะนี้คณะกรรมการฯกำลังร่างข้อสรุปการพิจารณา เพื่อนำเสนอต่อฝ่ายนโยบาย โดยยืนยันที่จะสรุปให้ทันก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือน ก.ย.นี้
นายอภิศักดิ์ ก็สามารถมอบต่อให้ปลัดกระทรวงการคลังลงนามได้ ซึ่งคงต้องรอดูว่าหลังจากมีการเสนอข้อสรุปทั้งหมดจะดำเนินการอย่างไร เพราะในกรณีเรียกร้องค่าเสียหายจากการขายข้าวจีทูจีนั้น กระทรวงการคลังสรุปไปตั้งแต่เดือน ก.พ. 2559 แต่กระทรวงพาณิชย์เพิ่งลงนามคำสั่งทางปกครอง เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา
นักก.ม.ชี้ต้องดูคำสั่งนักการเมือง
นายถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ ระบุว่า โดยหลักการ เราจะต้องดูที่ตัวคำสั่งของนักการเมือง ที่มีถึงข้าราชการว่า ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก่อน หากไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว นักการเมืองก็ไม่สามารถสั่งให้ข้าราชการปฏิบัติตามได้
นายธนชาติ ธรรมโชติ นักวิชาการอิสระ ด้านกฎหมาย กล่าวว่า โดยปกติการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ จะมีกฎหมายกำหนดกรอบอำนาจ ขอบเขตหน้าที่ วิธีการ แนวทาง และขั้นตอนการทำงานให้ปฏิบัติตาม หากข้าราชการปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ก็ถือว่าไม่มีความผิด
โดยต้องดูว่า คำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากชอบด้วยกฎหมาย ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้น และจะถือว่าไม่มีความผิดเพราะทำตามกฎหมายที่ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่ง เช่นเดียวกับรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งให้ทำอะไรก็ได้ แต่ต้องทำภายใต้กฎหมาย
กรณีโครงการจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายสาธารณะว่า เมื่อรัฐมนตรีสั่งการเพียงว่าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตามนโยบายจำนำข้าว การปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามนโยบายไม่ผิด แต่ต้องไม่ผิดวิธีการ จึงจะไม่ต้องรับผิด
ส่วนคดีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ซึ่งมีข้าราชการถูกดำเนินคดี นายธนชาติ กล่าวว่า ผมไม่รู้ว่า นายบุญทรง สั่งให้ข้าราชการที่ถูกร่วมดำเนินคดีไปทำอะไรบ้าง แต่หากยึดหลักว่า ถ้าคำสั่งของนายบุญทรง ไม่มีกฎหมายรองรับแล้วข้าราชการปฏิบัติตามก็ถือว่าผิดกฎหมายด้วย








