วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิรดี'แทคทีม'ชุติมา' เซ็นยึดทรัพย์คู่

"อภิรดี" ลงนามคู่ "ชุติมา" คำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายข้าวจีทูจีเก๊ 2 หมื่นล้านบาท ด้าน "บุญทรง"โพสต์โต้ ม.44 ขู่ฟ้องกลับทุกคนทุกศาล

หลังจากยืดเยื้อมากว่า 3เดือน หลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้รมว.พาณิชย์ลงนามในคำสั่งทางปกครองแทน ในการเรียกค่าสินไหมทดแทน ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ ปี 2539 ในคดีขายข้าวจีทูจีเก๊ให้รัฐบาลจีน เป็นมูลค่าความเสียหายที่ต้องชดใช้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เช้าวานนี้(19 ก.ย.)ได้มีการลงนามในหนังสือคำสั่งให้นำเงิน มาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำสั่งทางปกครองกรณีการขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน กับนักการเมืองและข้าราชการทั้ง 6 รายแล้ว โดยหนังสือคำสั่งฯเป็นการลงนามคู่ โดยตนลงนามในฐานะได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี และน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงนามในฐานะได้รับมอบหมายจากรมว.พาณิชย์

“ถามว่ารู้สึกโล่งอกหรือไม่หลังการลงนาม รู้สึกธรรมดา เพราะตนได้ศึกษาข้อกฎหมายอย่างละเอียดเป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะลงนามในครั้งนี้” นางอภิรดี กล่าว

ส่งหนังสือคำสั่งทางปกครองทันที

ขั้นตอนหลังจากลงนามหนังสือคำสั่งทางปกครองเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการส่งหนังสือไปให้นักการเมืองและข้าราชการทั้ง 6 ราย ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด ซึ่งจะส่งหนังสือทางปกครองโดยทันที เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเก็บไว้

ทั้งนี้เมื่อหนังสือคำสั่งฯไปถึงทั้ง 6 ราย จะมีระยะเวลา 30 วัน ในการดำเนินการตามขั้นตอนชดใช้ค่าเสียหาย แต่หากยังเพิกเฉย จะมีการส่งหนังสือแจ้งเตือนอีกครั้ง โดยมีระยะอย่างน้อย 7 วันแต่ไม่เกิน 15 วัน หากยังคงเพิกเฉยอีก กระทรวงพาณิชย์จะประสานไปยังกรมบังคับคดี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

“ชุติมา”ยันเซ็นตาม“อภิรดี”มอบ

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คำสั่งทางปกครองลงนาม 2 ที่ คือ รมว.พาณิชย์ลงนามแทนนายกฯ และปลัดพาณิชย์ลงนามแทนรมว.พาณิชย์ เมื่อรมว.พาณิชย์มอบหมายมาให้ตนลงนาม ตนก็ลงนามและก็ไม่คิดจะมอบต่อใคร หลังจากลงนามหนังสือคำสั่งฯครบถ้วน หนังสือจะถูกส่งไปให้กรมการค้าต่างประเทศเพื่อลงเลขที่คำสั่งในหนังสือ ก่อนส่งไปให้นักการเมืองและข้าราชการทั้ง 6 ต่อไป

สำหรับนักการเมืองและข้าราชการ 6 รายที่จะถูกส่งหนังสือคำสั่งทางปกครองไปให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนขายข้าวจีทูจี มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ต้องจ่ายค่าชดเชย 1,770 ล้านบาท, นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ 2,300 ล้านบาท ส่วนพ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ คนละ 4,000 ล้านบาท

“บุญทรง”โต้ใช้ม.44ไม่เป็นธรรม

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ 1ในผู้ที่ถูกเรียกชดใช้ค่าสินไหมตามพรบ.ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ปี 2539 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค โดยใช้ชื่อเรื่อง“ความถูกต้องและเป็นธรรม” ตามที่กระผม นายบุญทรง ได้ถูกกล่าวหาเป็นคดีอาญา โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องกระผมและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะนี้นั้นคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล

ต่อมาได้มีข่าวตามสื่อแขนงต่างๆว่าจะมีการใช้คำสั่ง โดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา 44 ออกคำสั่งพิเศษเพื่อให้กระผมชดใช้ค่าเสียหายและตลอดถึงการยึดทรัพย์ ซึ่งทำให้กระผมเห็นความผิดปกติและความไม่เป็นธรรมในการออกคำสั่ง เพราะ คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่กลับมีความเร่งรีบ รวบรัด แทนที่จะให้ความเป็นธรรม โดยนำคดีขึ้นสู่ศาล ดีกว่าการใช้อำนาจพิเศษตามที่รัฐบาลซึ่งมาจากการรัฐประหารกำลังใช้อยู่ จึงเห็นว่าไม่เป็นธรรมที่จะใช้อำนาจทางการบริหาร แทนอำนาจของศาลเพื่อยึดทรัพย์

“ผู้ที่จะลงชื่อในคำสั่งบังคับทางปกครองเป็นอำนาจหน้าที่ของใคร ในประเด็นนี้ทราบว่า มีการถกเถียงหารือว่าใครจะเป็นผู้ลงชื่อ ทั้งนายกฯ รมว.พาณิชย์ และปลัดกระทรวง หรือว่าคำสั่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นเผือกร้อน มีพิรุธ ทุกคนต่างหลีกเลี่ยง และขอแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายว่า การนำมาตรา 44มาใช้บังคับ แม้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติให้ไม่มีความผิด แต่ต้องอย่าลืมว่าสิ่งที่ปฏิบัตินั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย คำสั่งนี้บิดเบือนเจตนารมณ์กฎหมาย แต่เป็นเรื่องที่จะล้มล้างกันในทางการเมือง่ให้ต้องดับสูญสิ้นไป ดังคำพูดหลุดจากปากนางอภิรดี รมว.ว่า พี่ไม่ใช่นักการเมือง ซึ่งยืนยันว่าในกรณีคำสั่งมาตรา 44ไม่ถูกต้อง จะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องจนกว่าจะถึงที่สุด แม้นว่าจะต้องไปต่อสู้กันในศาลกี่ศาลก็ตาม”นายบุญทรงระบุ

ปลัดคลังพร้อมเซ็นเรียกค่าเสียหาย

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับเรื่องสรุปความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวนั้น คณะกรรมการความรับผิดทางแพ่ง ที่มีนายมนัส แจ่มเวหา เป็นประธานได้สรุปความเสียหายแล้ว อยู่ระหว่างการทำรายงานเสนอนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยหลังจากนี้จะมีการให้ปลัดกระทรวงการคลังลงนาม ในคำสั่งทางปกครอง เหมือนกับกระทรวงพาณิชย์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่รัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา หากให้ลงนามตนก็พร้อมลงนาม

“คณะทำงานได้มีการสรุปแล้ว รอรายงานรัฐมนตรี ซึ่งตามขั้นตอนไม่จำเป็นต้องรายงานผม ซึ่งคณะทำงานชุดนี้มีความเป็นอิสระ ผมไม่เคยเข้าไปก้าวก่าย และที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเองก็ไม่เคยก้าวก่าย"

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เรื่องเรียกค่าเสียหายจำนำข้าวยังไม่ถึงตน ทราบว่ายังไม่มีการสรุปตัวเลขขาดทุนที่แน่ชัด เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเสร็จแล้ว ก็จะส่งมาที่ตนเพื่อลงนามร่วมกับนายกรัฐมนตรี

ส่วนจะลงนามหรือมอบหมายอย่างไรนั้นรมว.คลัง กล่าวว่า “ไม่รู้ ๆๆ ต้องดูก่อน เรื่องยังมาไม่ถึงผมเลย”