วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝรั่งไล่ซื้อ

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐ ฯ และยุโรป (7ก.ย. –14 ก.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปยังมีความผันผวนในวงแคบ DJIA -2.65% DAX -3.48%, CAC ฝรั่งเศส -3.48% และ FTSE -2.53% โดยปัจจัยหลักมาจากโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และความผิดหวังที่ ECB ไม่ขยายเวลา QE รวมไปถึงราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตลาดมีการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (7ก.ย. –14 ก.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลง -2.88% เป็นการแกว่งตัวหลุดกรอบแคบที่แกว่งยาวนานกว่า 3 สัปดาห์ เนื่องจากความกังวลด้านการใช้นโยบายทางการเงินความผิดหวังที่ ECB ไม่ขยายเวลา QE ตามที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ รวมไปถึงราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (7ก.ย. –15 ก.ย. 2559)

SET INDEX ปรับตัวลงไปที่ระดับ 1,463.39 จุด ปรับตัวลดลง -23.81 จุด -1.60% ด้วยความผันผวนอย่างต่อเนื่อง ด้วยความผิดหวังที่ ECB ไม่ขยายเวลา QE จึงทำให้ SET แกว่งลงไปในระดับ 1,410 จุด และในช่วงกลางสัปดาห์ดัชนีได้มีการปรับตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องและรุนแรง จากแรงซื้อของต่างชาติที่มองว่ามูลค่าของหุ้นไทยยังถูกกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเกิดใหม่

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (16-22 ก.ย.)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” สัปดาห์ที่ 2 แม้ว่า SET INDEX จะฟื้นตัวมายืนเหนือ 1,460 จุดได้ในวันที่ 15 ก.ย. และมีโอกาสขึ้นทดสอบด่าน 1,470 จุด +/- ในวันที่ 16 ก.ย. จากการปรับดัชนี FTSE คาดว่าต่างชาติจะต้องใช้เม็ดเงินมากถึง 3-4 หมื่นล้านบาทในการปรับดัชนี แต่เราเชื่อว่าจะเกิดแรงขายทำกำไรในช่วงหลังจากนั้น เพื่อรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสำคัญ 2 แห่งในสัปดาห์หน้า

• การประชุม BoJ วันที่ 21 ก.ย. ล่าสุดตลาดคาด BoJ อาจพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายติดลบมากขึ้นจากปัจจุบัน -0.1% เพื่อกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อให้กลับขึ้นมาเป็นบวก

• การประชุม FOMC วันที่ 20-21 ก.ย. เราจะทราบผลคืนวันที่ 21 ก.ย. หรือหลังการประชุม BoJ ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาดโอกาสที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนัดนี้เหลือเพียง 20% เท่านั้น

หาก BoJ ลดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบมากยิ่งขึ้น และเฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนัดนี้ เชื่อว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะเกิด Technical Rebound รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงมาเกือบตลอดสัปดาห์นี้ จากแรงกดดันของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และ ความกังวลต่อภาวะอุปทานส่วนเกินคลายตัวลง 

กลยุทธ์ภาพรวม เรากลับมาแนะนำให้นักลงทุน “ขึ้นแรงขาย และลงแรงซื้อ” เน้นหุ้นที่ผลการดำเนินงานใน 3Q59 จะเติบโตเด่น qoq และ yoy เป็นสำคัญ เพราะเป็นเกราะป้องกันหากตลาดหุ้นปรับฐานลงแรงระหว่างทาง ขณะที่หุ้นเกี่ยวข้องกับดัชนี FTSE ควรขายทำกำไรในวันที่ 16 และ wait&see ไปพักหนึ่ง เราประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ระหว่าง 1,430-1,480 จุด

ประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้า

1. ติดตามการประชุม ครม. อาจมีการพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนรถไฟรางคู่ 3 เส้นทางที่รอการพิจารณาภายในเดือนนี้

2. การทยอยขายกองทุน Trigger Funds หลายกองทุน ซึ่งจะปิดการขายในสัปดาห์หน้าเป็นส่วนใหญ่

3. ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ราคาบ้าน 70 เมืองของจีน / ดุลการค้า ของญี่ปุ่น / อัตราเงินเฟ้อ และดัชนี PMI ภาคการผลิต – บริการของอียู / ยอดค้าปลีก ของอังกฤษ / อัตราเงินเฟ้อ และยอดขายบ้านมือสอง ของสหรัฐฯ