"สมคิด" ยัน เศรษฐกิจไทยพ้นจุดต่ำสุด มั่นใจเดินถูกทางเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เร่งระดมสมองออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร - ผู้มีรายได้น้อย
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน 2 ปีที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ประเทศไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว เห็นได้จากตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาที่ขยายตัวได้ 3.5% และเติบโตได้มากกว่าปีที่ผ่านมาที่ขยายตัวได้ 2.8% อย่างไรก็ตามแม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวแต่ยังไม่เต็มที่ เนื่องจากการส่งออกยังไม่ขยายตัว จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ส่งผลให้เอกชนยังไม่กล้าลงทุน
ขณะเดียวกัน ยังพบว่า หลายฝ่ายยังมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี และรัฐบาลหลงทางเพราะยังไม่เห็นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบอย่างคล่องตัว โดยส่วนตัวเห็นว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี เพราะการเติบโตยังไม่ได้ลงไปสู่ระดับรากหญ้า หรือเกษตรกร เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ส่งผลให้เกษตรกรมีเงินไม่เพียงพอในการใช้จ่าย ซึ่งล่าสุดตนได้หารือกับนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพื่อหามาตรการในการช่วยเหลือและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบให้คล่องตัวมากขึ้น รวมถึงหาแนวทางในการลดรายจ่าย สร้างรายได้ เพราะปัจจุบันพบว่า เกษตรกรมีหนี้สินล้นพ้นตัว จึงต้องเร่งเดินหน้าในการปรับโครงสร้างหนี้
“ผมอยากย้ำว่า เราพ้นจากจุดต่ำสุดแล้ว และเราไม่ได้หลงทาง เรามาถูกทาง และถ้าไม่เดินทางเส้นนี้ต่อไป ที่เรามองว่าจะโตได้ 3.5% นั้นเราโตได้แต่ไม่ยั่งยืน เราต้องดีขึ้นตามลำดับ ที่เรารู้สึกว่าเศรษฐกิจยังไม่ดี เพราะมันยังไม่แผ่อานิสงส์ไปยังรากหญ้า โดยเฉพาะเกษตรกร เราต้องเร่งทำ หาแนวทางในการช่วยเหลือซึ่งเร็วๆนี้จะมีมาตรการออกมา เราจะคิดอย่างละเอียดและออกสิ่งเหล่านี้มาช่วยพี่น้องเกษตรกร เชื่อว่า หากทำแล้ว เงินในระบบเพียงพอ และเงินลงระบบ ทุกอย่างจะเป็นจริง อยากให้ท่านรู้ว่า สิ่งที่ผมและคณะทำงานจะทำคือ จะทำลายสถิติที่ท่านตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจไว้ จะทำลาย แม้ว่าจะทำไม่ได้ แต่จะทำให้ดีที่สุด สิ่งสำคัญ คือ การปฏิรูปเศรษฐกิจ”นายสมคิด กล่าว
สำหรับสาเหตุที่ประเทศไทยจะต้องเร่งการปฏิรูป คือ ที่ผ่านมาการศึกษาไทยพัฒนาช้า เกิดการเหลื่อมล้ำ ความสามารถในการแข่งขันลดน้อยลง เพราะไม่มีนวัตกรรม ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานขาดการพัฒนาเป็นเวลานาน ดังนั้นหลังจากนี้ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกัน เพราะการที่จะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้นมันไม่ง่าย ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำ คือ การสร้างใหม่ทางเศรษฐกิจไทย
ในส่วนของสิ่งที่รัฐบาลจะสร้างใหม่ คือ การสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากเศรษฐกิจข้างบนขยับ แต่ในส่วนของข้างล่างยังมีปัญหา สิ่งที่จะตามมา คือ ปัญหาทางสังคม เกิดการปลุกปั่น ขณะเดียวกัน สิ่งที่ยังเป็นปัญหา คือ การเติบโตจากการพึ่งพาการส่งออก ซึ่งปัจจุบันไทยมีรายได้จากการส่งออกสูงถึง 70% ทำให้ไม่เกิดความสมดุลของการเติบโต
"เราไม่ควรภูมิใจกับการเติบโตจากการส่งออก เพราะมันไม่เกิดความบาลานซ์ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสร้าง อัดเงินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เพราะเราเห็นว่าหากข้างล่างมาขยับการเติบโตจะไม่ยั่งยืน 2 ปีที่ผ่านมาเรามีโครงการลงสู่ระบบจำนวนมาก สิ่งที่เอาพยายามทำ คือ การสร้างความเข้มแข็ง เราพึ่งพาการส่งออกตลอเวลาไม่ได้ ดังนั้นเราต้องทำอย่างไรให้ผลิตภัณฑ์ของเราสูงขึ้น มีการบูรณาการหลายกระทาวง เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การสร้างตลาดใหม่ เดินหน้าให้เข้มแข็งมีท่องเที่ยวชุมชน ดึงทุกอย่างสู่ท้องถิ่น เพื่อเกิดการหมุนเวียน มีรายได้เพิ่มขึ้น รู้จักการพัฒนาและบริหารกันเอง นี่คือ สิ่งที่รัฐบาลพยายามเดินหน้ามาโดยตลอด โดยยอมรับว่า ที่ผ่านมารัฐบาลหมดงประมาณไปสูงมาก และไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่เข้าไปช่วยเหลือรากหญ้าได้มากเท่านี้มาก่อน”นายสมคิด กล่าว









