วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เส้นทาง'ประสิทธิ์'จากเทรดเดอร์ ...สู่โบรกเกอร์'พันล้าน'

“ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ถือเป็นซุปตาร์ตัวพ่อในวงการค้าหุ้น และเป็นผู้บริหารระดับสูง ที่คนในวงการและนอกวงการเรียกเขาว่า “เศรษฐีพันล้าน".

การสั่งลงโทษของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. โดยการพักใบอนุญาต หรือการสั่งพักให้ความเห็นชอบเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุนต่อ นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานคณะกรรมการบริหาร บล.แอพเพิล เวลธ์ เป็นเวลา 2 ปี โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (14ก.ย.) เนื่องจาก นายประสิทธิ์ ละเลยการตรวจสอบดูแลระบบงานในการทำความรู้จักลูกค้า และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าและการกำกับดูแลการทำธุรกรรมของลูกค้า ซึ่งเป็นระบบงานหลักที่สำคัญ และมีผลต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนโดยรวม

การสั่งลงโทษดังกล่าว ดูเหมือนเป็นการสั่งลงโทษผู้บริหารทั่วไปๆ ที่ทำผิดมารยาทในวงการค้าหุ้นตามแนวการตรวจสอบของก.ล.ต. แต่เพราะผู้ถูกสั่งลงโทษ คือ “ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ” ซึ่งถือวงเป็นซุปตาร์ตัวพ่อในวงการค้าหุ้น และเป็นผู้บริหารระดับสูง ที่คนในวงการและนอกวงการเรียกเขาว่า “ดร.ประสิทธิ์...เศรษฐีพันล้าน” เมื่อคนแถวหน้าเขาถูกลงโทษสถานหนัก ประกอบกับชื่อเสียงโด่งดังในวงการตลาดทุน ย่อมเป็นจุดสนใจ และตกอยู่ในกระแส “ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์” ของวงการค้าหุ้น....

ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ถูกจัดว่าเป็นหนุ่มไฟแรงของวงการหลักทรัพย์ และติดอันดับ 1 ใน 5 ของ CEO ที่ได้รับเงินเดือนสูงที่สุดในประเทศไทย

กว่า ประสิทธิ์ จะพลิกผันมีชีวิตรุ่งโรจน์ เหมือนเส้นกราฟที่พุ่งปรี๊ด โชติช่วงในวันนี้ และก้าวมาสู่วงการตลาดทุนได้ ประสิทธิ์ มาจากครอบครัวเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เป็นเด็กหนุ่ม ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเด็กเรียนเก่งมาก และใฝ่ฝันอยากเรียนแพทย์ แต่ด้วยความที่เป็นคนชื่นชมเรื่องตัวเลขมาก จึงเบนเข็มเรียนด้านบัญชี หลังจากเรียนจบ ประสิทธิ์ ก็มุ่งตรงทำงานตามสายที่ได้ร่ำเรียนมา

ฝันที่ “ประสิทธิ์” ตั้งธงไว้ คือ “อยากรวย”...หากทำได้ คือ แค่คิดอย่างเดียว และมีเงินเดือนแค่หลักหมื่น สองหมื่น สามหมื่น สี่หมื่น คงไม่สามารถตอบโจทย์ ที่จะทำให้ ประสิทธิ์ ไปสู่ความฝันอันสูงสุดของเขาได้ คือความอยากรวย เพราะ ประสิทธิ์ รู้ว่าเขาต้องใช้เวลาในการทำงานมากถึง 20 ปี จึงจะมีเงินล้านถือในมือ เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวให้สุขสบายอยากที่ตั้งฝันไว้ คงเป็นไปได้ยาก...

ประสิทธิ์ จึงบอกกับตัวเองว่า ถ้าจะกำเงินในมือ 10 ล้าน 20 ล้านบาทได้ ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เพื่อตอบโจทย์ความอยากรวยของเขาได้ จึงทำให้เกิดจุดเปลี่ยน ประสิทธิ์ ทิ้งงานนายบัญชี มุ่งสู่หนุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ แม้การมุ่งเข้าสู่ธุรกิจหลักทรัพย์ครั้งแรก ประสิทธิ์ ยังไม่สามารถสร้างใบเบิกทางให้ตัวเองได้ แม้เขาจะสอบผ่านข้อเขียนมาได้ แต่กลับพ่ายสนามสอบสัมภาษณ์ แต่อุปสรรคเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้เขาท้อถอย กลับมุ่งมั่น และเตรียมความพร้อมสูงเกินร้อย ทำให้การสอบครั้งที่สองผ่านฉลุย

เมื่อ ประสิทธิ์ ได้เข้าสู่สนามธุรกิจตลาดทุน เขามุ่งมั่นทำงานในห้องค้าที่หาดใหญ่ ภายใต้กรอบคิด การเป็นดาราในบริษัทได้ ต้องเป็นผู้ที่ทำเงินสูงสุดในกับบริษัท และต้องไม่มีความเสี่ยง โดยภายใต้การสร้างตัวเองให้เป็นดาราของบริษัทหลักทรัพย์ได้ นั่นก็คือ เขาควรจะเจาะลูกค้ากลุ่มใด และกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่ไหน รวมถึงการให้บริการที่ได้ใจลูกค้า เมื่อ ประสิทธิ์ หอบออร์เดอร์เคาะขายหุ้น 600 ล้าน ให้ลูกค้าได้สำเร็จ ทำให้ ประสิทธิ์ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า กับการบริการถึงใจ ทำให้งานนี้ สร้างชื่อให้กับ ประสิทธิ์ เพราะหลังจากนั้น ประสิทธิ์ ได้รับข้อเสนอจูงใจจากโบรกเกอร์หลายแห่ง ด้วยผลตอบแทนที่สูงลิ่ว

จากความมุ่งมั่งทำงานหนัก ผลักดันให้ตำแหน่งหน้าที่การงานของ ประสิทธิ์ ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว โดยปี 2544 เขาได้รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการ บล.ทรีนิตี้ และในปีเดียวกันนี้ จนถึงปี 2547 เขาโยกย้ายตัวเองไปอยู่ บล.ยูไนเต็ด ตำแหน่งที่สูงขึ้น คือ ผู้ช่วยผู้จัดการ และปี 2547 ได้ข้ามห้วยไปอยู่สังกัด บล.ฟินันซ่า ในตำแหน่งเดียวกันจนถึงปี 2549

การรักความก้าวหน้า และการเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ของ ประสิทธิ์ ไม่ได้หยุดอยู่แค่ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์เท่านั้น แต่ด้วยความฝันอยากรวยอันเป็นธงที่ ประสิทธิ์ ปักไว้แต่ต้นแล้ว เป็นแรงกระตุ้นสำคัญ ที่สร้างแรงบันดาลใจ ประสิทธิ์ อยู่ตลอดเวลา 

ประสิทธิ์ จึงเร่งสร้างฐานลูกค้าให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เขาดูแลลูกค้ารายใหญ่ในมือมากมาย จึงเป็นเสน่ห์ในตัวของประสิทธิ์ ที่ทำให้เขาถูกหยิบยื่นข้อเสนอดีๆ ในวงการค้าหุ้นตลอดเวลา เพราะหลังจากนั้น เขาถูกชักชวนให้ไปรับตำแหน่ง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” บล.บีฟิท ในปี 2549-2552 ประสิทธิ์ ช่วย บล.บีฟิท บริหารงานเพียง 3 ปี ก็ข้ามไปนั่งตำแหน่งเดียวกันที่ บล.คันทรี่ กรุ๊ป จนจถึงปี 2556

ประสิทธิ์ ไม่ได้มีบทบาทการทำงานที่รุ่งโรจน์เฉพาะในวงการธุรกิจหลักทรัพย์เท่านั้น แต่เขายังขยายความสามารถด้านการบริหารจัดการของไปสู่ธุรกิจโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ บอสตั้น ไบร์ท ตำแหน่งประธานกรรมการ และนั่งกรรมการ และรองประธานกรรมการบริหารบริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 

จากความทะเยอทะยาน และมุ่งมั่น จึงตอบโจทย์เขาได้อย่างรวดเร็วภายในไม่ถึง 20 ปี ฝันอยากรวย ของ ประสิทธิ์ จึงมาเร็วกว่ากำหนด เพราะวันนี้เขาไม่ได้มีเงินแค่ 10-20 ล้านที่เขาบอกตัวเองไว้ แต่วันนี้เขามีเงินนับพันล้าน และยังดำรงตำแหน่งสูงสุด คือ ประธานคณะกรรมการบริหาร บล.แอพเพิล เวลธ์ ก่อนถูกก.ล.ต.สั่งพักไลเซ่นส์ในวงการค้าหุ้นนานถึง 2 ปี....