วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 12 กันยายน 2559

ราคาน้ำมันดิบลด หลังตลาดคาดสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ สัปดาห์หน้าส่อเค้าปรับเพิ่มอีกครั้ง

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังมีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับสูงเช่นเดิม จากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นหลังจากปริมาณนำเข้าในสัปดาห์ก่อนหน้าเกิดความล่าช้าไปเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายจากพายุ Hermine ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งของสหรัฐ ในแถบเท็กซัสและลุยเซียนา ซึ่งส่งผลทำให้การขนส่งน้ำมันดิบที่ชายฝั่งของสหรัฐมีความยากลำบาก

- นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น หลังตลาดมีการคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 20-21 ก.ย. 59 นี้

- เบเกอร์ ฮิวจ์ (Baker Hughes) เผยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ก.ย. 59 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7 แท่น สู่ระดับ 414 แท่น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. 59 ทั้งนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนับเป็นปัจจัยหลักที่ยังคงกดดันต่อราคาน้ำมัน

-/+ ตลาดยังคงจับตาการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคที่จะมีขึ้นในวันที่ 26-28 ก.ย. 59 นี้ ที่ประเทศแอลจีเรีย เพื่อหารือถึงนโยบายการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างยังคงถกเถียงถึงความไม่แน่นอนของผลการประชุมดังกล่าว ซึ่งส่งทำให้เกิดความผันผวนด้านราคาในตลาดน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงหนุนของอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังคงแข็งแกร่ง ประกอบกับปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 2 ก.ย. 59 ที่ปรับตัวลดลง 4.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ติดต่อกัน ประกอบกับปริมาณอุปทานที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากประเทศไต้หวันและอินเดีย 

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- โอกาสความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคในการประชุมในวันที่ 26-28 กันยายนมีแนวโน้มเชิงบวกมากขึ้น หลังรัสเซียและซาอุดิอาระเบียได้บรรลุข้อตกลงในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน อย่างไรก็ดี ซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า การคงกำลังการผลิตในปัจจุบันยังไม่มีความจำเป็นเนื่องจากสภาวะตลาดจะเริ่มสมดุลมากขึ้นในอนาคต

- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดมีแนวโน้มส่งผลกดดันต่อราคาต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากการขนส่งน้ำมันดิบกลับมาเป็นปกติ ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้ามีแนวโน้มสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ภาวะน้ำมันสำเร็จรูปล้นตลาดคลี่คลายลง หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังปรับลดลงมากมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

- ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวเข้าใกล้ระดับต้นทุนการผลิตที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปริมาณแท่นขุดเจาะสำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 9 ก.ย. จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น 7 แท่นมาอยู่ที่ 414 แท่น


                                                                                    -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999