7วันทำการของเดือนก.ย. ดัชนีเซ็ทปรับตัวลดลงกว่า100จุด พบนักลงทุนต่างชาติ
"ชอร์ตฟิวเจอร์ส" สะสม
หลังก้าวเข้าสู่เดือน ก.ย. ดัชนีหุ้นไทยอาจจะพอเรียกได้ว่า ‘ทิ้งดิ่ง’ ลงมา โดย 7 วันทำการ ดัชนีลดลงไปเกินกว่า 100 จุด จากระดับ 1,550 จุด ลงไปแตะ 1,435 จุด ก่อนจะปิดที่ 1,445.28จุด
ส่วนปัจจัยที่กดดันให้ดัชนีร่วงลงมานั้น หลายคนก็พยายามมองหาปัจจัยมารองรับ และคงพยายามมองหาจุดที่ตลาดจะกลับตัว
อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปมองหาสัญญาณบางอย่างที่อาจจะพอใช้เป็นการเตือนได้ว่าดัชนีอาจจะมีการปรับตัวลดลงนั้น สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องของ สถานะการซื้อขายสะสมในสัญญา Set50 Index Futures โดยเฉพาะสถานะของนักลงทุนต่างชาติ
ช่วงครึ่งปีแรกซึ่งดัชนีวิ่งขึ้นจากจุดต่ำสุดที่ราว 1,220 จุด สถานะของนักลงทุนต่างชาติในอินเด็กซ์ ฟิวเจอร์ เคยซื้อสะสม (Long) ไปสูงสุดราว 1.6 แสนสัญญา แต่หลังจากเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลัง เราเริ่มเห็นสถานะของนักลงทุนต่างชาติในตลาดฟิวเจอร์เป็นขายสะสม (Short) มากขึ้น
โดยเฉพาะตั้งแต่ 20 ก.ค. ซึ่งดัชนีขึ้นไปยืนเหนือ 1,500 จุด จนถึงต้นเดือน ก.ย. แม้นักลงทุนต่างชาติจะซื้อสะสมในตลาดหุ้นไทยเกือบ 80,000 ล้านบาท แต่กลับขายสะสมใน เซ็ท 50 ฟิวเจอร์ มากถึง 36,497 หมื่นสัญญา ก่อนที่ดัชนีเซ็ทจะร่วงลงมา 100 จุด ขณะที่ดัชนีเซ็ท 50 ร่วงลงมากว่า 60 จุด จากระดับ 980 จุด มาอยู่ที่ 920 จุด คิดเป็นกำไรของนักลงทุนต่างชาติราว 430 ล้านบาท
ส่วนนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนภายในประเทศ มีสถานะ Long สะสม จำนวน 5,866 สัญญา และ 30,631 สัญญา ตามลำดับ
ขณะที่ บล.ทิสโก้ ให้ความเห็นผ่านบทวิเคราะห์ด้านกลยุทธ์การลงทุนว่า แม้ต่างชาติยังซื้อสุทธิ 3,200 ล้านบาทในเดือน ก.ย. นี้ (ถึง 8 ก.ย.) แต่มีข้อสังเกตว่า จำนวนเงินที่ต่างชาติ
ซื้อสุทธิข้างต้นยังค่อนข้างน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับเม็ดเงินต่างชาติที่คาดว่าจะไหลเข้าราว 956 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 33,000 ล้านบาท จากการปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยตามดัชนี FTSE AW เป็นเข้าใหม่ 3 ตัว คือ ปูซิเมนต์ไทย (SCC-R) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK-R) และทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)
และปรับน้ำหนักเพิ่ม 11 ตัว ได้แก่ ปตท. (PTT) ไทยพาณิชย์ (SCB) กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ไมเนอร์ (MINT) แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) ผลิตไฟฟ้าราชบุรี (RATCH) โฮมโปร (HMPRO) บีทีเอส (BTS) ไทยยเนี่ยน (TU) และผลิตไฟฟ้า (EGCO) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.ย.
นั่นแสดงให้เห็นว่า มีเม็ดเงินต่างชาติบางส่วนเริ่มขายออก แต่สุทธิแล้วยังเป็นบวกอยู่ ดังนั้นหลังวันที่ 16 ก.ย. จะเห็นภาพแนวโน้มการไหลเข้า-ออกของเม็ดเงินต่างชาติชัดเจนขึ้น
ขณะเดียวกันต่างชาติทยอยสะสม Short S50 Futures ต่อเนื่องในตลาด TFEX ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา รวมประมาณ 4 หมื่นสัญญา ซึ่งโดยปกติแล้วตลาดอนุพันธ์จะเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีต่อทิศทางล่วงหน้า ซึ่งสวนทางกับที่ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาด SET รวม 9.4 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นสัญญาณเตือนหนึ่งที่ต้องระวังทิศทางเงินทุนต่างประเทศในอนาคต
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ดัชนีตลาดปรับตัวลงมากว่า 100 จุด เราเริ่มเห็นนักลงทุนต่างชาติกลับมา Long สุทธิ ในตลาดฟิวเจอร์สเมื่อวันที่ 8 ก.ย. สูงถึง 8,231 สัญญา แต่ล่าสุดเมื่อ 9 ก.ย. ก็กลับมา Short สุทธิ ถึง 5,746 สัญญา
การ Long สลับ Short ของนักลงทุนต่างชาติในครั้งนี้ อาจจะยังไม่ได้ให้สัญญาณที่ชัดเจนมากนัก ฉะนั้นเราอาจจะยังเห็นความผันผวนของดัชนีต่อไป









