วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ICHI - ขาย

คาดสินค้าใหม่หนุนกำไรจำกัด

ประเด็นการลงทุน

เราคาดโมเมนตัมของกำไรจะยังไม่ฟื้นตัว และผลประกอบการมีโอกาสสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนจากเป้าหมายของบริษัท ซึ่งเรายังคงมีความกังวลว่ามีโอกาสต่ำกว่าเป้า แม้บริษัทจะมีการออกสินค้าใหม่หลายรายการ แต่เราคาดโอกาสที่จะหนุนกำไร 2H16 ให้เติบโตจาก 1H16 จำกัด เพราะบางส่วนเป็นสินค้าที่จ้าง OEM ผลิต ซึ่งมาร์จิ้นไม่สูง และ utilization rate ของโรงงานลดลงจาก 1H16 เพราะเป็นช่วง low season เราจึงมองว่าอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมจะคงอยู่ในระดับไม่สูงพอที่จะหนุนกำไรได้

เราแนะนำให้เปลี่ยนตัวเล่นมาซื้อ TACC ซึ่งเราคาดบริษัทพึ่งเข้าสู่จุดเริ่มต้นของการเติบโต และคาดกำไรเติบโต 40%/ปี ในช่วง 2015-19

ออกสินค้าใหม่ หวังยอดขายครึ่งปีหลัง ...

คาดยอดขายใน 2H16 จะออกมาต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท แม้บริษัทจะมีการปรับลดเป้าหมายรายได้ลงเป็นเท่ากับปีที่แล้ว หรือราว 6,300 ล้านบาท แล้วก็ตาม ซึ่งเท่ากับบริษัทต้องสร้างยอดขายให้ได้ 3,100 ล้านบาท ใน 2H16 แต่หากดูจากอดีตเมื่อปี 2014-15 ยอดขายในครึ่งปีหลังเฉลี่ยอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท เท่านั้น เราจึงมีความกังวลต่อเป้าหมายของบริษัท

บริษัทออกสินค้าใหม่หลายรายการเพื่อหวังกระตุ้นยอดขายในช่วง 2H16 เช่น อิชิตัน ชิวชิว ชาผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว ตั้งเป้ายอดขายราว 250 ล้านบาท ใน 2H16 และ สำหรับ ไบเล่ คาดจะมียอดขายเข้ามาราว 400-450 ล้านบาท ภายในปีนี้ สำหรับ ไบเล่ น้ำผลไม้ 100% "ไบเล่ ฟรุต ครีเอชั่น" 3 รสชาติ คือ น้ำส้มผสมน้ำมะม่วง น้ำส้มผสมน้ำแค รอท และน้ำส้มผสมน้ำมะเขือเทศ และ "เย็นเย็น โกลด์" น้ำจับเลี้ยงเข้มข้นด้วยสมุนไพร 11 ชนิด และน้ำผึ้ง เข้าเจาะกลุ่มตลาดพรีเมี่ยมเช่นกัน

... แต่เราคาดหนุนกำไรจำกัด

คาดกำไร 2H16 จะอ่อนตัวลงจาก 1H16 เพราะ 1) ยอดขายที่คาดจะลดลงตามปัจจัยฤดูกาล 2) แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นจาก 2Q16 เพราะใน 2Q16 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมากเป็นพิเศษเพราะการบริหารการผลิตผลิตพลาดซึ่งบริษัทได้แก้ไขแล้ว แต่เรามองว่าโอกาสที่อัตรากำไรขั้นต้นจะขึ้นไปสูงเหมือนใน 1Q16 น่าจะจำกัดเพราะ utilization rate ของโรงงานที่ลดลงเป็น 55% เทียบกับใน 1H16 ที่ราว 80% 3) อิชิตัน ชิวชิว ซึ่งเป็นความหวังของยอดขายราว 10% ใน 2H16 คาดมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนักเพราะเป็นสินค้าที่จ้าง OEM ผลิต

ปรับลดประมาณการกำไร – สะท้อนยอดขายต่ำกว่าคาด

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2016-17 ลงอีก 6% และ 8% เหลือ 758 และ 786 ล้านบาท โดยปรับลดคาดการณ์รายได้ลงเหลือ 5,700 ล้านบาท ถึงแม้ผู้บริหารมีการตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2016 ที่ 6,300 ล้านบาท เท่ากับปีที่แล้ว) เรามองว่าอาจไม่ง่ายนักที่จะบรรลุเป้าหมาย เพราะคาดว่าภาพตลาดชาฯ ยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรงอยู่ ส่งผลให้ภาพรวมในแง่ของมูลค่ามีการเติบโตที่จำกัด ประกอบกับภาพการบริโภคที่ครึ่งปีหลังจะเป็น low season จึงมองว่าแม้มีการออกสินค้าใหม่ ยอดขายก็อาจไม่เป็นไปตามเป้า สำหรับแผนปี 2017 บริษัทมีแผนได้พันธมิตรเข้ามาจ้างผลิต OEM อย่างไรก็ดียังคงไม่มีความชัดเจนในดีลนี้