‘เพย์ทีวี-ทีวีดาวเทียม’ปรับตัวรับตลาดแข่งเดือด

‘เพย์ทีวี-ทีวีดาวเทียม’ปรับตัวรับตลาดแข่งเดือด

อุตสาหกรรมสื่อและโทรทัศน์ไทยเปลี่ยนแปลงสูงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หลังการเปิดตัว “ทีวีดิจิทัล” 24 ช่องในปี 2557 โดยเฉพาะธุรกิจ “เพย์ทีวีและทีวี

สมพันธ์ จารุมิลินท ประธาน สมาคมผู้แพร่ภาพทางเคเบิลและดาวเทียมแห่งภูมิภาคเอเชีย (CASBAA) หรือ คาสบา กล่าวว่า ในปี 2556 คาสบาได้จัดสัมมนาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรสื่อทีวี (Thailand in View) ครั้งแรก ขณะนั้นธุรกิจเพย์ทีวี ,เคเบิลท้องถิ่น และช่องทีวีดาวเทียม รวมทั้งอุตสาหกรรมโฆษณา เติบโตต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2552 โดยช่วง 3 ปีก่อนมีผู้ประกอบการเพย์ทีวีทุกประเภทขอใบอนุญาตประกอบกิจการจาก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวม 1,000 ราย ปัจจุบันเหลือประมาณ 400 ราย

การจัดสัมมนา “ไทยแลนด์ อิน วิว 2016” ปีนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมทีวีชัดเจน หลังการเริ่มต้นออกอากาศทีวีดิจิทัล 24 ช่องใหม่ในเดือน เม.ย.2557 ปัจจุบันเหลือ 22 ช่อง ซึ่งเป็นช่องฟรีทีวี ที่เข้ามาเป็นทางเลือกให้ผู้ชม ส่งผลให้แพลตฟอร์มเพย์ทีวี เคเบิลท้องถิ่น และช่องทีวีดาวเทียม ต้องเร่งปรับตัวรับมือการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมสื่อยุคนี้

“เชื่อว่าธุรกิจเพย์ทีวี ที่ปรับตัวบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โฟกัสกลุ่มเป้าหมายชัดเจน พัฒนาคอนเทนท์ตอบโจทย์ความต้องการผู้ชมและฐานสมาชิกยังมีโอกาสอยู่รอดและเติบโตได้”

คาด5ปี“เพย์ทีวี-โฆษณาทีวี”โตต่ำ

วิเวก คูโอโต้  ผู้อำนวยการอาวุโส มีเดีย พาร์ทเนอร์ เอเชีย กล่าวว่าธุรกิจเพย์ทีวีในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2553-2558 เติบโตเฉลี่ย 15% โดยมีอัตราการครอบคลุม หรือฐานสมาชิกเพย์ทีวี 25% คาดการณ์ปี 2559-2564 คาดเติบโต 4-5% โดยฐานสมาชิกปี 2560 อยู่ที่ราว 30%

สำหรับประเทศไทยธุรกิจเพย์ทีวี ในประเทศไทย คาดการณ์ 5 ปีหลังจากนี้การเติบโตของฐานสมาชิกยังมีโอกาสเติบโต แต่เป็นตัวเลขไม่สูงอยู่ที่ราว 2.6% ส่วนโฆษณาเพย์ทีวี คาดโต 5.2% ขณะที่โฆษณาฟรีทีวีคาดขยายตัวราว 5.8%

ปัจจัยภาพรวมเพย์ทีวีและโฆษณาไทยที่อยู่ในภาวะขยายตัวต่ำในช่วง 5 ปีข้างหน้า มาจากปัจจัยภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่เติบโตไม่สูง ส่งผลให้ผู้ใช้งบโฆษณารายใหญ่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ใช้งบโฆษณาผ่านสื่อทีวีลดลง รวมทั้งภาวะการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมสื่อทีวี ที่มีหลากหลายแพลตฟอร์ม

“เคเบิลท้องถิ่นรวมตัวลดต้นทุน

          วิริยา ธรรมเรืองทอง นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่าสมาคมฯ มีสมาชิกผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นราว 300 รายทั่วประเทศ โดย 70% เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ปัจจุบันได้ปรับตัวรองรับการแข่งขัน ด้วยการรวมตัวเพื่อลงทุนโครงข่ายส่งสัญญาณระบบดิจิทัลและซื้อคอนเทนท์รายการร่วมกัน เพื่อเพิ่มช่องรายการให้หลากหลาย ด้วยราคาค่าบริการเท่าเดิมเฉลี่ย 300 บาทต่อเดือน

“เชื่อว่าด้วยจุดเด่นของเคเบิลทีวีท้องถิ่น ทั้งด้านบริการที่เข้าถึงชุมชน และคอนเทนท์ท้องถิ่น รวมทั้งการรวมกลุ่มพัฒนาโครงข่ายระบบดิจิทัล จะช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขันสูงในยุคนี้”

วิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญยิ่ง (8888) จำกัด ผู้ให้บริการโครงข่าย “เจริญ เคเบิลทีวี” พื้นที่กรุงเทพฯและปริมนฑล กล่าวว่าแนวทางการปรับตัวของเคเบิลทีวีท้องถิ่น คือการรวมกลุ่มเพื่อลงทุนโครงข่ายส่งสัญญาณระบบดิจิทัล ซึ่งจะทำให้มีช่องรายการเพิ่มขึ้น จาก 60-70 ช่อง เพิ่มเป็น 120 ช่อง พร้อมทั้งหาช่องทางเสริมรายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์จากโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก โดยมุ่งเจาะพื้นที่ชุมชน ระดับอำเภอ หรือหมู่บ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในพื้นที่เมืองกับรายใหญ่

ทีวีดาวเทียมชู“ต้นทุนต่ำ-เอชดี”

วรสิทธิ์ ลีลาบูรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ บรอดคาสติ้ง จำกัด ผู้ให้บริการโครงข่ายดาวเทียม “พีเอสไอ” กล่าวว่าปัจจุบันโครงข่ายทีวีดาวเทียมเข้าถึงครัวเรือนไทยกว่า 70% ซึ่งสามารถรับชมช่องรายการทั้งฟรีทีวี (ทีวีดิจิทัล) และช่องทีวีดาวเทียมกว่า 200 ช่อง ถือเป็นจุดแข็งที่ผู้ชมยังคงรับชมทีวีผ่านกล่องทีวีดาวเทียม ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยีการรับชมผ่านกล่องอินเทอร์เน็ตทีวี (OTT) รวมทั้งขยายตลาดกล่องทีวีดาวเทียม “เอชดี” ซึ่งปัจจุบันราคาอยู่ที่กล่องละ 900 บาท และมีโอกาสเติบโตสูง รองรับช่องรายการเอชดี และจอทีวีแอลอีดี ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

สยามรัศมิ์ เลาหสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม เทอร์เนอร์ บรอดแคสติ้ง จำกัด และบริษัท เมเจอร์ กันตนา บรอดแคสติ้ง จำกัด ผู้บริหารทีวีดาวเทียม ช่องเอ็มชาแนล,บูมเมอแรง, และทูนามิ กล่าวว่าช่องทีวีดาวเทียม ที่มีความแตกต่างด้านคอนเทนท์ เชื่อว่ายังอยู่รอดได้ในตลาดทีวีที่มีการแข่งขันสูง เนื่องจากครัวเรือนไทยรับทีวีผ่านกล่องทีวีดาวเทียม 70% อีกทั้งช่องทีวีดาวเทียมมีต้นทุนต่ำกว่า “ทีวีดิจิทัล” ที่มีค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายส่งสัญญาณและคอนเทนท์ รวมทั้งค่าบริหารจัดการในอัตราสูง

 “ทรูวิชั่นส์”ขยายพรีเมียม-แมส

พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านคอนเทนท์และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสื่อและทีวีช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นับเป็นความท้าทายของธุรกิจเพย์ทีวี ท่ามกลางการแข่งขันสูง “ทรูวิชั่นส์” มองว่ายังมีโอกาสเติบโต จากการนำเสนอรูปแบบการรับชมและแพ็คเกจเพย์ทีวี ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้ชมในแต่ละกลุ่ม รวมทั้งคอนเทนท์รายการคุณภาพที่แตกต่างจากกลุ่มฟรีทีวี

ภายใต้กลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรู ซึ่งเป็นผู้ให้บริการมือถือทรูมูฟเอช กว่า 21 ล้านราย ,บรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตกว่า 2.5 ล้านครัวเรือน และฐานสมาชิกเพย์ทีวี ทรูวิชั่นส์ 3.3 ล้านราย ดังนั้นการขยายฐานสมาชิกกลุ่มแมส จึงมุ่งนำเสนอคอนเทนท์รายการระดับโลก เช่น การแข่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น แพ็คเกจรับชมรายเดือน 29 บาท ผ่านมือถือ ซึ่งจะได้ฐานสมาชิกกลุ่มแมสที่ไม่เคยเป็นสมาชิกทรูวิชั่นส์

ขณะเดียวกันขยายฐานสมาชิกเพย์ทีวีกลุ่มพรีเมียม ทั้งแพลตทินัมและโกลด์ ด้วยแพ็คเกจเสริมรับชมคอนเทนท์พรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นตัวเลือกในการรับชม พบว่าได้รับการตอบรับดีในตลาดพรีเมียม โดยปีนี้ทรูวิชั่นส์ ตั้งเป้าฐานสมาชิกเพย์ทีวีเติบโต 20% และยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากช่องรายการคุณภาพที่แตกต่างจากฟรีทีวี