วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดยุทธศาสตร์พาณิชย์20ปี ตั้งเป้า'ผู้นำ'ภูมิภาคสู่ผู้ค้าโลก

กระทรวงพาณิชย์วางยุทธศาสตร์ 20 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งให้ทุกกระทรวงเร่งจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวเพื่อให้สอดรับกับนโยบาย “ประเทศไทย4.0”

กระทรวงพาณิชย์วางยุทธศาสตร์ 20 ปี ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งให้ทุกกระทรวงเร่งจัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวเพื่อให้สอดรับกับนโยบาย “ประเทศไทย4.0” เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวสู่ยุคใหม่

หากประเมินยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์จะเห็นได้ว่าในระยะแรกมุ่งไปที่การสร้างความเข้มแข็ง “ภายใน” ด้วยการเร่งผลักดันกฏกติกาต่างๆให้มีมาตรฐาน จากนั้นจะเริ่มเน้นไปที่การพัฒนาผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ “ผู้นำ” ในระดับภูมิภาค ก่อนก้าวขึ้นสู่ผู้ค้าระดับโลก

ตามร่างยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์ระยะ 20 ปี (2559 – 2579) มีการแบ่งระยะการทำงานออกเป็น 4 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 ในปี 2559-2564 ดำเนินการแบบเร่งด่วน (Quick Win) ในการปฏิรูปการค้า เน้นปรับกฎหมาย วางระบบการค้า

ระยะที่ 2 ปี 2565–2569 ผลักดันให้ประเทศไทยอยู่ในห่วงโซ่สำคัญของภูมิภาค เน้นพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเป็นผู้นำในตลาดภูมิภาค

ระยะที่ 3 ปี 2570–2574 เป็นห่วงโซ่สำคัญของโลก เน้นยกระดับความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้เป็นผู้ค้าสำคัญในตลาดโลก

ระยะที่ 4 ปี 2575–2579 เน้นการพัฒนาศักยภาพของประเทศไทยให้สามารถส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเป็นผู้ค้าหลักของโลก

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีเป้าหมาย 3 ด้านคือ

1.สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของการค้าของประเทศ ด้วยการยกระดับความสามารถการแข่งขัน โดยมุ่งส่งเสริมการสร้างมูลค่า ปรับเปลี่ยนจากการผลิตและขายส่งมอบตามคำสั่งซื้อ เป็นการสร้างรูปแบบการดีไซน์ของตนเอง สร้างแบรนด์ และทำตลาดของตัวเองเพื่อให้มีตลาดที่เป็นของตนเอง รวมทั้งการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจภาคบริการของการค้าของประเทศโดยสร้างการเชื่อมโยงกับโลก

2.เป้าหมายในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจการค้าของประเทศ ด้วยการผลักดันความเชื่อมโยงกับโลก โดยมุ่งใช้อุปสงค์นำการค้า (Demand Driven) ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนจากการส่งเสริมสินค้าที่ผลิตแล้วออกไปสู่ตลาด เป็นการศึกษาตลาดเพื่อต้องการความเข้าใจของตลาดและส่งเสริมการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด การบูรณาการกับภูมิภาคทั้งอาเซียนและกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เพื่อใช้ประโยชน์จากการประสานเศรษฐกิจให้มีความคล่องตัว และ

3.เป้าหมายในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ ด้วยการสร้างแรงยึดเหนี่ยวในระบบเศรษฐกิจการค้า มุ่งสร้างการค้าที่เป็นธรรม ทั่วถึงและยั่งยืน เพื่อไม่ให้บางภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะชนบทและผู้ด้อยโอกาส
ตามยุทธศาสตร์ไปสู่เป้าหมายในระยะเวลา 20 ปีแบ่งเป็น 4 ด้าน คือ

ยุทธศาสตร์การพัฒนาผู้ประกอบการแบบครบวงจร โดยเพิ่มบทบาทในการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เป็นเอสเอ็มอีที่สามารถก้าวไปเป็นเอสเอ็มอีที่สามารถส่งออกสินค้าตามมาตรฐานสากล มีการพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศได้

ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการค้าให้มีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมกฎระเบียบมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก ปรับระบบการค้าโดยยกระดับการค้าในชนบทให้สามารถเชื่อมโยงและได้ประโยชน์จากห่วงโซ่การค้าในภาคการผลิตและการบริการที่ก้าวหน้า โดยคำนึงถึงบริบท สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกัน

ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างบทบาทผู้บริโภค สร้างให้ผู้บริโภคมีความรอบรู้ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน มีความพอประมาณ และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและนวัตกรรมสมัยใหม่ได้อย่างทันท่วงที สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจพิเพียง รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีบทบาทในการดูแลการพัฒนาการของตลาด โดยรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับการค้าในระบบตลาดได้

ยุทธศาสตร์การบูรณาการกับระบบการค้าโลก โดยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจด้วยการค้าระหว่างประเทศ ทั้งการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน การค้าในภูมิภาค และการค้าระหว่างภูมิภาคโดใช้ประโยชน์จากการค้าทวิภาคีและการค้าพหุภาคี ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership:TPP) และความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค(RCEP) เป็นต้น

ยุทธศาสตร์การค้าของกระทรวงพาณิชย์ในระยะ 20 ปีข้างหน้ามีมิติที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการ การพัฒนาผู้บริโภค และการมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากการค้าในระดับต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการค้า และการพัฒนาตลาดให้ไปสู่ห่วงโซ่อุปทานในระดับโลกของผู้ประกอบการทั้งในเมืองและในชนบทเพื่อลดช่องว่างของประโยชน์ทางการค้าที่จะได้รับให้มีความเท่าเทียมกันและเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

หากพิจารณาจากยุทธศาสตร์ดังกล่าว ถือว่ามีความท้าทายไม่น้อยหากต้องการผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่เป็น“ผู้ค้า”ของโลก เพราะต้องมีเงื่อนไขอื่นอีกมากในการสร้างผู้ประกอบการไทย แต่ยุทธศาสตร์20ปีของกระทรวงพาณิชย์ก็มีความสำคัญไม่น้อย ในบทบาทของ“การส่งเสริม”ให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ระดับโลก