วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รายใหญ่' ฮุบอสังหาฯเล็ก

สำรวจพบอสังหาฯรายใหญ่ หัน "ซื้อกิจการ" อสังหาฯเล็ก เพื่อขยายกิจการ

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยใช้วิธีการขยายธุรกิจ โดยการซื้อกิจการ เพื่อต่อยอด โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ทุ่มซื้อหุ้นบจ.อสังหาฯเล็ก และการประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั้งหมด 

ล่าสุดคือ ไดอิ กรุ๊ป (DAII) ผู้ผลิตรั้ว ประตู และหน้าต่าง รวมถึงให้บริการรับสร้างบ้าน แม้จะเพิ่งเข้าจดทะเบียนได้เพียง 1 ปี แต่ สิงห์ เอสเตท (S) ได้ประกาศเตรียมทำคำเสนอซื้อหุ้นไดอิทั้งหมด ในราคา 5 บาท หลังจากที่บริษัทเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง 250.6 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 55.63%

โดยสิงห์ เอสเตท เชื่อว่า การเข้าซื้อไดอิจะช่วยเพิ่มกำลังการก่อสร้างของ เนอวานา ให้เพียงพอต่อการขยายโครงการในอนาคต และเป็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการรวมธุรกิจกับไดอิ รวมถึงการได้ทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจก่อสร้างสมัยใหม่

ก่อนหน้านี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ได้แจ้งที่จะทำคำเสนอซื้อหุ้นบางส่วน ของ สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) จำนวนไม่เกิน 428.34 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 24.11% ในราคาหุ้นละ 6.20 บาท

ทั้งนี้ เมอร์เจอร์ แจ้งว่าต้องการที่จะลงทุนระยะยาวในสยามฟิวเจอร์ เพื่อขยายธุรกิจให้มีความหลากหลาย โดยยังคงวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต่อไป

ส่วน พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) ได้แจ้งว่าจะทำเสนอซื้อ ไทย พร็อพเพอร์ตี้ (TPROP) เพื่อขอเพิกถอนหุ้นออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน โดยจะเสนอซื้อที่ราคา 0.84 บาท โดยปัจจุบันพร็อพเพอร์ตี้ เฟอร์เฟคถือหุ้นไทย พร็อพเพอร์ตี้ ในสัดส่วน 89.67% และมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถืออยู่เพียง 10.33% ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 15%

ซึ่งการเข้าไปซื้อไทย พร็อพเพอร์ตี้ มาตั้งแต่ 2 ปีก่อน ทำให้บริษัทต่อยอดธุรกิจไปในส่วนของโรงแรมและคอนโดมิเนียมมากยิ่งขึ้น

หากพิจารณาจากดีลที่เกิดขึ้นนี้ เราคงจะเห็นการซื้อกิจการในลักษณะนี้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจ และคาดหวังการสนับสนุนซึ่งกันและกันของแต่ละหน่วยธุรกิจ

โดยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ควบรวมกันมากขึ้น เบื้องต้นอาจจะยังไม่เห็นผลประโยชน์ที่ชัดเจนของแต่ละบริษัท แต่อย่างน้อยอาจจะช่วยให้อุปทานที่ค่อนข้างสูงก่อนหน้านี้ลดลงไปบ้าง

และนอกจากการซื้อกิจการในส่วนของอสังหาริมทรัพย์แล้ว ที่ผ่านมาเราก็ยังเห็นการซื้อกิจการในกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เช่นเดียวกัน

อำนาจ โงสว่าง นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่า การซื้อกิจการของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ต่อจากนี้ไม่แน่ว่าจะมีต่อเนื่องหรือไม่ แต่ในส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่ เราอาจจะเริ่มเห็นการร่วมทุน หรือการมองหาธุรกิจอื่นเข้ามาเสริมมากขึ้น อย่างพฤกษา (PS) ก็ผันตัวไปเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี ขณะที่อนันดา (ANAN) และเอพี (AP) ใช้วิธีการร่วมทุนเพื่อการขยายโครงการได้เร็วยิ่งขึ้น

ส่วนการซื้อกิจการที่ผ่านมา โดยหลักแล้วน่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนธุรกิจเดิม หรือต่อยอดธุรกิจใหม่ อย่างการซื้อไดอิ กรุ๊ป ของ สิงห์ เอสเตท ก็ช่วยให้บริษัทได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเข้ามาเสริมเช่นกัน อย่างไรก็ตามการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่อจากนี้คงจะต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจเป็นสำคัญ หลังจากที่เศรษฐกิจยังไม่ได้ฟื้นตัว ทำให้การเติบโตยังไม่โดดเด่น