“เอพี” กำลังอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของการดำเนินธุรกิจ ด้วยการจัดสารพัดโปรโมชั่นกับตัวเลข 25เช่น ผ่อนบ้านให้ฟรี 25 เดือน รับทอง25 บาท
และเพิ่มขนาดบ้าน 25% ราคาเดิม เป็นต้น โดยนำเสนอแนวคิดที่ว่า ทุกโครงการของเอพี คือพื้นที่ชีวิต ที่บริษัทพยายามตอบโจทย์ให้ได้มากกว่าแค่การพักอาศัย
ในขณะที่ “พื้นที่ชีวิต” ของผู้ซื้อบ้าน คือการลงหลักปักฐานเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์ให้ชีวิต “พื้นที่ธุรกิจ” ของเอพี ก็คือ การเดินหน้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านร้อนหนาวมาแล้ว 25 ฤดู เพื่อเติมเต็มความยั่งยืนให้ธุรกิจ
ก่อนหน้านี้ “อนุพงษ์ อัศวโภคิน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อบางฉบับว่า การโตของเอพีในยุคก่อนหน้านี้ มาจากการกินส่วนแบ่งตลาดของรายเล็ก ตามประสาปลาใหญ่กินปลาเล็ก
แต่วันนี้กระดานการแข่งขันเปลี่ยนตามยุคสมัย กลายเป็นปลาใหญ่พร้อมขย้ำปลาใหญ่ได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นการสร้างรายได้ให้ก้าวกระโดด จากหลักพันล้านมาเป็นหลักหมื่นล้านอย่างที่แล้วมา โอกาสที่จะทำแจ๊คพอตแตะแสนล้าน จึงเป็นเรื่องสาหัสสากรรจ์
“ที่ผ่านมาเอพีโตมาจากความเสี่ยงต่ำ ยังไม่มีคู่แข่ง แต่ตอนนี้คู่แข่งพร้อมประกบ สำหรับใครที่อยากโต” เขาว่าอย่างนั้น
ก่อนหน้านี้เอพีเพิ่งประกาศปักธงขอเป็นเบอร์ 3 ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ขอยืนต่อคิวถัดจาก เบอร์ 1 แลนด์แอนด์เฮาส์ และเบอร์ 2 พฤกษา โดยทุกวันนี้เอพียืนอยู่ในลำดับที่ 4 มีแสนสิริยืนบังอยู่ข้างหน้า ซึ่งมันสุ่มเสี่ยงเกินไป ในสายตาของอนุพงษ์
เรื่องของเอพี เพื่อขยาย “พื้นที่ธุรกิจ” ให้ได้ไปต่อทุกซีซั่น จึงเป็นที่มาของการปรับใหญ่ ปรับหลายกระบวนท่า เพื่อให้แน่ใจได้ว่า อนาคตจากนี้ไปของเอพี จะยังโตอยู่ได้ แม้เศรษฐกิจจะแกว่งไกว และคู่แข่งกระดูกเบอร์ใหญ่พร้อมจะฮึ่มๆ เข้าใส่
ภูมิพัฒน์ สินาเจริญ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และผู้อำนวยการ สถาบันเอพี อะคาเดมี่ เล่าว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บรรดาทุนใหญ่จะมายึดหัวหาดมากขึ้น รายที่ใหญ่อยู่เดิมต่างก็ต้องพยายามพุ่งตัวเองไปข้างหน้า ทั้งการฉีกแนวธุรกิจ หรือจับคู่กับพันธมิตรข้ามสาย
“ทุกคนต้องหาทางให้ตัวเองโตมากขึ้น รายใหม่ที่เข้ามาต่างมีทุนหนา ปัจจัยที่จะผลักดันให้บริษัทอยู่รอด แต่ละรายจะไม่เหมือนกัน ไดร์เวอร์ของเอพีเรามองครอบคลุมทั้งสถาบันสร้างคน เอพี อคาเดมี่ และกลยุทธ์ที่ว่าด้วย การสร้างความแตกต่าง การจัดการพื้นที่ใช้สอย และความสะดวกสบาย”
เขาอธิบายว่า ในขณะที่คู่แข่งพูดถึงความเป็นอยู่ที่หรูหรา เอพีจะเน้นย้ำเรื่องพื้นที่ใช้สอย ความสะดวก การบริการหลังการขาย ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิต
“เรากำลังตอกย้ำเรื่องการบริการ โดยขับเคลื่อนผ่านเอพี อคาเดมี่ เพื่อรองรับความเป็นอยู่ของลูกบ้านให้ดีขึ้น”
เอพีเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรจากเดิมที่มองแบบไขว้ แบ่งสายงานออกเป็น 3 แท่ง คือ การขาย การก่อสร้าง และการตลาด จัดใหม่มาเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ คือ บ้านเดี่ยว ทาวเฮาส์ คอนโดมิเนียม 1 และคอนโดมิเนียม 2 เพื่อร่นระยะเวลการตัดสินใจ และมองหาทุกโอกาสที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
ทั้ง 4 กลุ่มนี้จะขับเคลื่อนผ่านกลไกการทำงานที่เป็นมาตรฐานเอพี โดยหลักๆ แบ่งเป็น มาตรฐานของคน มาตรฐานการก่อสร้าง และมาตรฐานของแบรนด์
บริษัทใช้ทฤษฎี 2S2P (system ระบบ, structure โครงสร้าง, process template กระบวนการทำงาน และ people คน) มาเป็นตัวชี้วัดองค์กร ที่ต้องเชื่อมต่อกันแนบสนิท องค์กรถึงจะไปต่อได้ไม่สะดุด
ยังเป็นเรื่องบังเอิญที่ ภูมิพัฒน์ ซึ่งเป็นมือการเงินของเอพี ถูกมอบหมายให้มาดูแลเรื่องคน และถึงแม้ว่าคนจะมีคุณค่าในฐานะสินทรัพย์ (asset) ของเอพี แต่ก็พร้อมจะเป็นต้นทุน (cost) ทันทีถ้าปีนั้นยอดขายไม่เติบโต วิธีคิดของภูมิพัฒน์ ในฐานะแม่ทัพกองกำลังคือ การลงทุนกับคนโดยผ่านการจัดตั้งเอพี อะคาเดมี่ มูลค่าการลงทุน 400 ล้านบาท เพื่อให้ได้มาซึ่งยอดขายปีละ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและวัดผลได้ในเชิงตัวเลข
“ในมุมการเงิน เวลาเราจ่ายอะไร ต้องได้กำไร แต่คนไม่เกิดปีนั้น ต้องมองช่วงเวลา ไม่ใช่เรื่องของกำไรขาดทุน มุม HR ต้องใช้ระยะเวลาในการดู ว่าระยะเวลาที่เราทำ บริษัทโตขึ้นไหม ถ้าช่วงไหนบริษัทไม่โต แปลว่ามีปัญหาแน่นอน มันต้องโตสม่ำเสมอ 10% และดูว่ามันยั่งยืนไหม หรือขึ้นๆ ลงๆ ก็ไม่ควร เพราะแสดงว่าความสามารถของคนอาจมีปัญหา”
มีคนสงสัยว่าเอพีจะตั้งสถาบันสร้างคนไปทำไม เพราะเหมือนดาบสองคม พอเก่งแล้วก็ไปอัพเงินเดือนกับคู่แข่ง อนุพงษ์เคยพูดไว้อย่างคมคายว่า “ถ้าไม่ทำ แล้วคนไม่เก่ง มันอยู่กับเรา เพราะไม่มีที่ไป จะเสียหายกับเรามากกว่า ถ้าเรามีคนทำงานไม่เป็นมากๆ เราจะเจ๊งเอาได้”
ระหว่างนี้ภูมิพัฒน์กำลังจัดวางตัวผู้สืบทอดตำแหน่งในแต่ละสายงาน ขณะที่อนุพงษ์เองก็ประกาศตัวเองชัดแล้วว่าไม่เกิน 4 ปีจากนี้ จะวางมือจากงานประจำ และทุ่มเทเวลาให้กับการวางกลยุทธ์เต็มสูบ
“เรากำลังสร้างองค์กรไปอีกระดับหนึ่ง เพราะผู้บริหารเริ่มวางเป้าเกษียณ ธุรกิจอสังหาฯ ส่วนใหญ่จะส่งมอบงานให้ลูก แต่เอพีเราออกแบบให้ทุกคนที่มีความสามารถได้เดินเข้ามา การเป็นบริษัทมหาชน แปลว่า บริษัทของทุกคน ไม่ใช่ของตระกูล ถ้าทำธุรกิจแล้วเน้นแต่ครอบครัว มืออาชีพจะขึ้นไม่ได้ เราต้องการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม เพราะในวงการอสังหาฯ ไม่เคยมีใครทำเรื่อง succession plan การวางแผนสืบทอดกันอย่างจริงจัง”
การปลดล็อกเตรียมเกษียณของอนุพงษ์ในฐานะผู้บริหารที่กรำศึกมาหลังเศรษฐกิจดิ่งเหวปี 2540 ถือเป็นอีกช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านขององค์กรแห่งตำนาน
และเส้นทางโตของเอพีหลังผ่านวัยเบญจเพส กำลังส่งผ่านจากประสบการณ์ผู้บริหารมือฉมัง สู่การถอดรหัสองค์ความรู้ เพื่อให้เอพีได้เติบโต แม้อาจไม่ก้าวกระโดด
แต่ก็ไม่ใช่กระต่ายตัวที่เสียท่าให้กับเต่า..








