วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้น

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้น

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดรีบาวน์หลังจากที่ปรับตัวลงแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยปัจจัยบวกได้แก่ การรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ส.ค. 2559 ของสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ 151,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 175,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานในเดือนดังกล่าวอยู่ที่ 4.9% ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.8% เล็กน้อย ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้ FED ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมปลายเดือนนี้ได้ และตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น

แนวรับ/แนวต้าน : 1510/1550 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็นบวก

หุ้นแนะนำ

CK (40.00) : คาดกำไรปี 59 โดดเด่นอย่างมากจากงานก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของโดยเฉพาะทางภาครัฐออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต

MAJOR (39.50) : เก็งกำไรระยะสั้นรับภาพยนตร์ไทยฟอรม์ยักษ์เรื่อง “แฟนเดย์” ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย GDH 559 และภาพยนตร์เรื่อง Train to Busan ที่ทำรายได้เกินคาดกว่า 70 ล้านบาท อีกทั้งคาดในระยะ 2-3 ปีนี้บริษัทจะสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการขยายสาขา

TOP (79.00) : ได้อานิสงค์จากค่าการกลั่นปรับตัวดีขึ้นหลังจากผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และเราคาดค่าการกลั่นจะฟื้นตัวขึ้นในช่วง 4 Q/59 จากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและฤดูหนาวในช่วงปลายปี

THAI (35.00) : คาดผลประกอบการผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้วจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ “ประยุทธ์” ประกาศบนเวทีจี 20 เดินหน้าโรดแมพเลือกตั้งปีหน้า ขณะประชุมผู้นำอาเซียน-ประเทศคู่เจรจา เตรียมแถลงการณ์ร่วมความตกลงหุ้นส่วนระดับภูมิภาค หวังขจัดประเด็นอ่อนไหว หนุนบรรลุข้อตกลงได้เร็ว ขณะที่อาเซียนพร้อมรับรองเอกสาร 21 ฉบับว่าด้วยความคืบหน้าภายใต้แผนงานเออีซี

+ เอกชนมั่นใจลงทุนรัฐดันเศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้น จ่อลงทุนตาม “ทียูเอฟ” เล็งอัดงบลงทุนปีหน้าเพิ่ม 20% เผยอยู่ระหว่างหาทำเลตั้งศูนย์นวัตกรรมไทยยูเนี่ยนแห่งที่ 2 ด้าน “ไทยเบฟฯ” มองการเมืองนิ่งขึ้น นักลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับมา กลุ่มซีพีออลล์เชื่อบริโภคเอกชนฟื้นจากภัยแล้งคลี่คลาย ประเมินธุรกิจค้าปลีกปีนี้โต 3%

+ “โตโยต้า” ดันไทยศูนย์กลางรถยนต์ไฮบริดเอเชียแปซิฟิก หลังยอดขายสูงสุดจ่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่ในอาเซียน หวังราคาลดลงแข่งกับรถเบนซิน “แบ่งรับแบ่งสู้” เสนอแผนขอส่งเสริมลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าในไทย หวั่นปัญหาสถานีชาร์จไฟฟ้าไม่พอ ย้ำทิศทางพัฒนารถเพื่อสิ่งแวดล้อม รุกไฮบริดก่อนรถยนต์ไฟฟ้า

+ ธปท.-กลต.จับตาใกล้ชิด หวั่นผิดนัดชำระหนี้ผู้ลงทุน เตือน ‘ไฮยิลด์บอนด์’เสี่ยงสูง เงินไหลเข้ากองทุนไฮยิลด์ บอนด์ 4 ปี 6.72 แสนล้าน ชี้8เดือนตอบแทนพุ่ง 10% : แบงก์ชาติห่วงนักลงทุนมองข้ามความเสี่ยง หลังดอกเบี้ยอยู่ในภาวะต่ำนาน หันโยกเงินเข้ากองทุนระยะสั้น 3 เดือน 6 เดือน ประเภท “ไฮยิลด์บอนด์” เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูง เตือนศึกษาความเสี่ยงสินค้าก่อนลงทุนประสาน ก.ล.ต.เฝ้าระวังใกล้ชิด

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ ขณะที่การเปิดเผยรายงานการจ้างงานที่อ่อนแอเกินคาดของสหรัฐ ได้ลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนก.ย. แม้เจ้าหน้าที่เฟดยังคงแสดงความเห็นสายเหยี่ยวซึ่งหนุนการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 72.66 จุดหรือ 0.39% สู่ 18,491.96, ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 9.12 จุดหรือ 0.42% สู่ 2,179.98 และดัชนี Nasdaq ปิดเพิ่มขึ้น 22.69 จุดหรือ 0.43% สู่ 5,249.90

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ในวันศุกร์ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำเกินคาด และตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่ามีโอกาสน้อยลงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดพุ่งขึ้น 148.63 จุด หรือ 2.2 % สู่ 6,894.60 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,745.97-6,928.25 โดยการพุ่งขึ้นในวันศุกร์ถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดทรงตัวในวันศุกร์ หลังจากข้อมูลภาคการผลิตที่ชะลอตัวของสหรัฐกระทบความเชื่อมั่น และนักลงทุนยังคงระมัดระวังก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันนี้ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 1.16 จุดหรือ 0.01% มาที่ 16,925.68 หลังจากปิดพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อวานนี้ และในสัปดาห์นี้ ดัชนีพุ่งขึ้นรวม 3.45%

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 3 % ในวันศุกร์ หลังจากตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอของสหรัฐส่งผลลบต่อดอลลาร์ และส่งผลบวกต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังคงปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการดิ่งลงอย่างรุนแรงจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องภาวะอุปทานล้นตลาด ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ต.ค.พุ่งขึ้น 1.28 ดอลลาร์ หรือ 3 % มาปิดตลาดที่ 44.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล