ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเป็นวันที่สามติดต่อกัน หลังน้ำมันดิบคงคลังปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์
- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2.3 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 525.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.92 ล้านบาร์เรล และเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นที่ 0.16 ล้านบาร์เรล
- นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบีย เปิดเผยว่า ซาอุดิอาระเบียจะไม่มีการกำหนดระดับปริมาณการผลิตที่แน่นอนเนื่องจากระดับการผลิตจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์เป็นหลัก ซึ่งล่าสุดซาอุดิอาระเบียเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนมิ.ย. และ ก.ค. ที่ผ่านมามาอยู่ที่ระดับ 10.67 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในขณะที่เดือน ส.ค. คาดระดับการผลิตจะอยู่ในระดับเดียวกับเดือน ก.ค.
+ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงสนับสนุนเนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันดิบในบริเวณอ่าวเม็กซิโกได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติต้องอพยพคนงานออกมาจากแท่นขุดเจาะและหยุดกระบวนการผลิต โดยปริมาณการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกคิดเป็นร้อยละ 20 ของปริมาณการผลิตน้ำมันทั้งหมดในสหรัฐ
- นักวิเคราะห์ปรับการคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ. ที่ผ่านมา หลังจากความคาดหวังว่าประเทศกลุ่มโอเปค และนอกโอเปคที่จะประชุมกันเพื่อรักษาระดับกำลังการผลิตยังมีความไม่แน่นอน อีกทั้งระดับกำลังการผลิตน้ำมันในสหรัฐ มีสัญญาณการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์เฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ 45.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอยู่ที่ระดับ 43.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกน้ำมันเบนซินจากญี่ปุ่นที่เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมีน้ำมันเบนซินคงค้างที่เลื่อนการส่งออกมาจากเดือนก่อนหน้า อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการน้ำมันเบนซินในประเทศอินเดีย
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากประเทศเวียดนามและเคนย่า อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดีเซลได้รับแรงกดดันจากปริมาณการส่งออกจากทางฝั่งตะวันตกมากขึ้น
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์ โดยสำนักงานสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ที่จะประกาศในคืนนี้ หลัง Reuters Poll คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังรายงานในวันที่ 19 ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 523.6 ล้านบาร์เรล
- ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า หลังล่าสุดซาอุดิอาระเบีย มีความเห็นว่าสภาพตลาดปัจจุบันยังคงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับลดหรือคงกำลังการผลิต เนื่องจากตลาดจะเริ่มสมดุลมากขึ้นจากอุปทานนอกกลุ่มโอเปคที่ลดลง
- ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงปรับเพิ่มปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบต่อเนื่อง โดยจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ส.ค. อยู่ที่ระดับ 406 แท่น คิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นกว่า 76 แท่นจากต้นเดือน ก.ค.
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









