‘ล็อกซเล่ย์’ ลุ้นรายได้ปีนี้ขาขึ้น

‘ล็อกซเล่ย์’ ลุ้นรายได้ปีนี้ขาขึ้น

ล็อกซเลย์เร่ง "เพิ่มยอดขาย-ลดค่าใช้จ่าย" หวังดันรายได้โตเฉลี่ย10-15% ตั้งแต่ปี 60 เตรียมประมูลงานเพิ่ม 1.7 หมื่นล้าน

นายบุญเลิศ ใจมั่น ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) LOXLEY เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อปี 2558 ซึ่งมีรายได้ 12,250 ล้านบาท โดยในปีนี้คาดว่ารายได้จะกลับมาอยู่ที่ระดับปกติราว 15,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 25-30% ขณะเดียวกัน วางเป้าหมายว่าต่อจากนี้ รายได้รวมของบริษัทจะเติบโตได้เฉลี่ย 10-15% ต่อปี

“ในปี 2559 รายได้ของบริษัทลดลงไปเนื่องจากงานโครงการลดลง แต่ในขณะนี้เริ่มเห็นโครงการต่างๆ ออกมามากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของพลังงานและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือประมาณ 9,800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงครึ่งปีหลังราว 44%”

ผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปี2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 64.13 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 4.30 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิ 185.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่กำไรสุทธิ 33.37 ล้านบาท

การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิดังกล่าวมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 44% และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นเป็น 196 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26% ซึ่งมาจากบริษัทร่วมส่วนใหญ่มีผลประกอบการดีขึ้น ทั้ง จากบริษัทกลุ่มธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ธุรกิจค้าเหล็ก และ ธุรกิจผลิตสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง

ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนจะเข้าประมูลงานใหม่อีกราว 17,463 ล้านบาท โดยจะทยอยเข้าประมูลตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้ ถึงไตรมาส 1 ปีหน้า โแบ่งเป็นงานด้านไอที 3,250 ล้านบาท เทคโนโลยี 7,666 ล้านบาท งานเทเลคอม 1,468 ล้านบาท งานด้านโรงไฟฟ้า 1,808 ล้านบาท งานบอร์ดแคส และยูทิลิตี้ 2,700 ล้านบาท และงานวัสดุก่อสร้าง 577 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดหวังจะได้รับงานมากกว่า 50% โดยมีงานที่มีโอกาสได้รับงานสูง เช่น งานรถไฟฟ้าสายสีแดงในการทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 512ล้านบาท งานรถเมล์ไฟฟ้า ขสมก. 200 คัน มูลค่า 950 ล้านบาท งานเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ของโรงงานยาสูบ 480 ล้านบาท และงานโครงข่ายดิจิทัล ทีวี เฟส 3 มูลค่า 1,030 ล้านบาท งานพาวเวอร์ ซับสเตชั่น ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 775 ล้านบาท และงานวัสดุก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มูลค่า 528 ล้านบาท

ขณะที่อัตรากำไรสุทธิของบริษัทในปัจจุบันสามารถทำได้เฉลี่ย 2.5-3% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 58 อยู่ที่ 1.7% แต่ยอมรับว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าอดีตพอสมควร เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเป็นผลจากการแข่งขันด้านการประมูลโครงการพอสมควร แต่ในระยะยาวบริษัทคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะขยับขึ้นมาอยู่ในระดับ 3-4% ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น และนโยบายในการลดค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ลง