วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (23 ส.ค.59)

ความหวั่นไหวเรื่อง Fed จะขึ้นดอกเบี้ย ราคาน้ำมันร่วง กดตลาด

คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบวันนี้ มีแนวโน้มเป็นลบได้ จากทั้งโลกเริ่มมีความหวั่นไหวกลัว Fed จะขึ้นดอกเบี้ย ก่อนการปราศรัยของ เจเน็ท เยลเล็น ที่ Jackson Hole ในวันศุกร์ หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Fed ผลัดกันออกมาพูดด้วยทีท่าเข้มขึ้นต่อเนื่อง ราคาน้ำมันที่ร่วงแรงน่าจะฉุดหุ้นพลังงาน ปัจจัยภายในประเทศวันนี้มีผลน้อยต่อตลาด รัฐบาลจะลงทุนในระบบขนส่งสำหรับโครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก และจะให้มีเขตการค้าชายแดนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีมาตรการยกเว้นภาษีเพื่อกระตุ้นการค้าและการลงทุน


หุ้นเด่นวันนี้: WICE (Bt3.44; NR, IFA TP Bt4.02)

เราเลือกลงทุน WICE เพราะเห็นแนวโน้มที่สดใสเกิดขึ้นหลังจากบริษัทเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัทของสิงคโปร์ ชื่อ Sun Express Logistic Pte Ltd (SEL) ทั้ง WICE และ SEL ทำการขนส่งสินค้าทั้งทางอากาศ และขนส่งทางทะเล การซื้อกิจการเป็นเงินลงทุน 425 ล้านบาท โดยจะแลกหุ้นระหว่าง WICE และ SEL 51.9 ล้านหุ้นที่ราคาหุ้น WICE ที่ 2.8 บาท (145.3 ล้านบาท)และจ่ายเป็นเงินสด 195.8 ล้านบาท และที่เหลือเป็น call option ที่จะเลือกชำระภายใน 31 สิงหาคม 2563 อัตรากำไรสุทธิของ WICEคาดว่าจะดีขึ้นหลังจากการควบรวมกิจการ ปัจจุบันอัตรากำไรสุทธิของWICE อยู่ที่ประมาณ 8% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิของSEL อยู่ที่12.5% เพราะ SEL มีสัดส่วนขนส่งทางอากาศซึ่งอัตรากำไรมากกว่าทางทะเลคาดว่าSEL จะช่วยให้ WICE ขยายฐานลูกค้าไปได้ครอบคลุมทั่วเอเชียมากขึ้น ไปยังประเทศที่การส่งออกรุ่งเรือง เช่นฟิลิปปินส์ และเวียดนามธุรกิจโลจิสติกของWICE ในประเทศไทยก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ยักษ์ใหญ่จากจีน เช่น Trina Solar Science & Technology และผู้ผลิตยางรถยนต์Sentury Tire มาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นฐานการส่งออก โดยแผงโซลาร์เซลล์ มีการส่งออกไปสหรัฐและอียู เป็นหลัก ขณะที่ยางรถยนต์ ส่งออกไปจีนทั้งหมด การทำดีลครั้งนี้ ที่ปรึกษาการเงินอิสระ (IFA) ได้ให้ความเห็นว่าเมื่อมีการควบรวมกันแล้วยอดขายจะเติบโตเฉลี่ยต่อปี 17.4% ในช่วง 2559-2565 โดย IFA ให้มูลค่าเหมาะสมด้วย sum-of-the-parts valuation ในกิจการที่รวมกันได้ 4.02 บาท (จาก WICE เท่ากับ 2.55-2.91 บาท และจาก SEL เท่ากับ 1.12) สัญญาณทางเทคนิคบ่งบอกว่า WICE ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น มี buy signal ทั้ง daily, weekly และ monthly หากยืนปิดเหนือ 3.54 บาทจะทำ new high มีเป้าหมายถัดไปที่ 3.84 ก่อนจะขึ้นไปทำ new high ใหม่ที่ 4.22 และมีจุด stop loss ที่ 3.04 บาท (Resistance: 3.56, 3.68, 3.92; Support: 3.32, 3.20, 2.96) 

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• โครงการคมนาคมระเบียงเศรษฐกิจใกล้เริ่มแล้ว รองนายกฯ สมคิดคาดจะเสนอโครงการระบบคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) ต่อครม. ในเดือน ต.ค. โครงการ EEC ประกอบด้วยโครงการคมนาคมหลัก 4 โครงการ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-ระยอง นอกจากนี้น่าจะมีการสรุปร่างแผนพัฒนาที่ดินซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบรางความเร็วสูง 4 เส้นทางและขนส่งมวลชนปลายทางบางซื่อและเสนอต่อ ครม. ใน ต.ค. เช่นกัน (The Nation) ความเห็น: ข่าวนี้ทำให้มั่นใจขึ้นว่ารัฐกำลังเร่งทุกโครงการอยู่ และรองนายกฯ ยังย้ำว่าหาก ครม. เห็นชอบก็จะเดินหน้าโครงการอย่างรวดเร็ว

• การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปจากจีนเพิ่มสูงขึ้น โดยยอดส่งออกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินเดือน ก.ค. สูงขึ้นถึง 182% YoY และ 145% YoY ตามลำดับ กดดันค่าการกลั่นของโรงกลั่นในภูมิภาค (Reuters)ความเห็น: ในระยะสั้นถึงกลางประเด็นดังกล่าวถือเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อผู้ประกอบการโรงกลั่นในไทยเนื่องจากน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ได้จากกระบวนการกลั่น โดยคาด TOP (68.25 บ.) จะได้รับแรงกดดันมากที่สุดเนื่องจากผลประกอบการของบริษัทฯ จะมาจากธุรกิจโรงกลั่นเป็นหลักและมากกว่าบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มด้วยกัน

• แนวคิดเขตการค้าชายแดนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษโดยกรมธนารักษ์เตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) รวมไปถึงการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยพิจารณาอนุมัติแนวคิดในการกำหนดพื้นที่ชายแดนส่วนหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเพื่อเป็นเขตการค้าชายแดนในการที่จะกระตุ้นการค้าและการลงทุนในพื้นที่ นอกจากนี้กรมธนารักษ์ยังมีแผนที่จะหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในการให้มาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับสินค้าขายในพื้นที่ (Reuters)

ต่างประเทศ

• ราคาพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธาน Fed ในวันศุกร์นี้ซึ่งนักลงทุนจะพินิจพิเคราะห์หาสัญญาณบ่งบอกถึงกำหนดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งหน้าของ Fed ราคาพันธบัตรอ้างอิงอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้น 12/32 อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 1.54% ลดลงจากที่ระดับ 1.58% เมื่อวันศุกร์ (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐปิดเกือบทรงตัวเทียบกับสกุลเงินหลักเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจเกี่ยวกับทิศทางของค่าเงินก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ของประธาน Fed ในวันศุกร์นี้ ในขณะที่ความเห็นจากประธานเฟดสาขาอีก 1 รายทำให้ดอลลาร์สหรัฐทรงตัว ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ล่าสุดเพิ่มขึ้น 0.14% อยู่ที่ระดับ 94.539 จุด หลังจากที่ปรับตัวลง 1.3% ในสัปดาห์ก่อน ส่วนเงินยูโรล่าสุดปรับตัวลง 0.04% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 1.1320 ดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อวันจันทร์ จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานได้หักกลบกับการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพ อีกทั้งตลาดกำลังรอเบาะแสเกี่ยวกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยจากนางเจเน็ต เยลเลนในวันศุกร์นี้ ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพได้รับแรงหนุนจากการที่บริษัทไฟเซอร์จะเข้าซื้อบริษัทเมดิเวชั่นซึ่งเป็นผู้ผลิตยารักษามะเร็งมูลค่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรป (STOXX) เมื่อวันจันทร์ฟื้นตัวเป็นบวก 0.09% จากการปรับตัวลดลงในช่วงแรกของการซื้อขาย โดยได้แรงหนุนส่วนหนึ่งจากที่ดีลการ Takeover บริษัท Syngenta โดย ChemChina ได้รับการอนุมัติจาก Regulator ของสหรัฐฯ (Reuters)

เอเชีย:

• รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมงบประมาณส่วนเสริมราว 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ (3.2869 ล้านล้านเยน) สำหรับรองรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายกฯ อาเบะ ซึ่งนับรวมแผนการออกพันธบัตรวงเงิน 2.75 ล้านล้านเยนที่จะใช้สำหรับโครงการก่อสร้าง ทั้งนี้ครม. ได้อนุมัติร่างฯ ไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมาและเตรียมเสนอให้รัฐสภาพิจารณาในเดือนหน้า (Reuters)

• คาดว่าธนาคารจีนจะมีความแข็งแกร่งของเงินทุนลดลงในครึ่งแรกของปี 59 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากหนี้เสีย ซึ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่ารัฐบาลจีนจะอัดฉีดเงินจำนวนกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่งพยุงฐานะของธนาคารไว้ จากความเห็นของนักวิเคราะห์บางราย ทั้งนี้ มีสัญญาณล่วงหน้าว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อช่วยธนาคารขนาดเล็กบางแห่งซึ่งกำลังดิ้นรนที่จะรักษาอัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลดลง และหนี้เสียเพิ่มขึ้น (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันร่วงกว่า 3% วันจันทร์ถอยร่นจากจุดสูงสุดรอบสองเดือนที่ขึ้นไปแตะเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องการเพิ่มการส่งออกเชื้อเพลิงของจีน อิรักและไนจีเรีย รวมถึงจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐเพิ่มขึ้นด้วย โดยเพิ่ม 10 แท่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นับเป็นแปดสัปดาห์ติดแล้วที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาน้ำมันดิบได้ขึ้นมาระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทำให้การขุดเจาะเริ่มเป็นไปได้ สัปดาห์นี้อิรักวางแผนที่จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันอีก 1.5 แสนบาร์เรลต่อวันจากแหล่งทางเหนือ ขณะที่กบฏไนจีเรียซึ่งมักโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันได้ออกมากล่าวว่าพร้อมจะยุติการโจมตี Brent ลบ1.72 ดอลลาร์สหรัฐ (-3.4%) ปิดที่ 49.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้ไปแตะจุดสูงสุดรอบสองเดือนที่ 51.22 ดอลลาร์ในวันศุกร์ น้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าลบ 1.70 ดอลลาร์สหรัฐ (-3.6%) ปิดที่ 47.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองร่วงวันจันทร์ ลงแตะจุดต่ำสุดรอบสองสัปดาห์เพราะเจ้าหน้าที่ Fed ให้ความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐในเชิงบวกเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม ราคาทองคำตลาดจรร่วง 0.2% ปิดที่ 1,338.01 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)