วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘นวกิจ’ปรับแผนเชิงรุก ชิงลูกค้าต่ออายุประกัน

นวกิจประกันภัย ปรับกลยุทธ์ครึ่งหลัง เน้นทำงานเชิงรุก ส่งทีมเข้าทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน เปิดโครงการพิเศษ หวังชิงฐานลูกค้าต่ออายุประกันบ้าน

หนีเกมแข่งเบี้ยดุ อีกทั้งตลาดไม่โตตามคาด ฉุดเบี้ยรับครึ่งปีแรกปีนี้ หด 15% เผย “ประกันบ้าน-รถ” อ่วม ล่าสุดปรับลดเป้าทั้งปีเหลือ 3,000 ล้านบาทเท่าปีก่อน ลุ้นโตปีหน้า

นายศรัณย์ หวั่งหลี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์การขายประกันภัยทรัพย์สินประเภทบ้านที่อยู่อาศัยเชิงรุกมากขึ้น โดยจะส่งทีมงานเข้าไปทำงานร่วมกับสถาบันการเงิน คู่ค้า เช่น ธนาคารทหารไทย บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก) หรือBAM และกลุ่มสหกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะครู เพื่อให้ลูกค้าที่จะหมดภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน ยังคงต่อประกันกับบริษัท ด้วยการจัดตั้งเป็น “โครงการพิเศษ” ภายใต้จุดแข็งของบริษัทรู้จักลูกค้าดีอยู่แล้ว พร้อมกับเจรจาเพิ่มพันธมิตรสถาบันการเงินรายใหม่ๆ ด้วย

ทั้งนี้ การจัดโครงการพิเศษ ถือเป็นช่องทางการต่อยอดและพัฒนาธุรกิจ เพื่อจัดการระบบผลิตภัณฑ์ทุกประเภทให้มีมาตรฐานเดียวกันสามารถปรับขายในหลายช่องทางและลดต้นทุนการจัดการผลิตภัณฑ์ด้วย ในขณะที่การรับประกันภัยทรัพย์สินของบริษัท ยังมีความเสียหายต่ำทำให้ยังมีกำไรอยู่ ด้วยการบริหารความเสี่ยงที่ดี ไม่ลงไปแข่งขันราคาเบี้ย

“ปัจจุบันยอมรับว่า ตลาดประกันภัยทรัพย์สินยังคงแข่งขันราคาเบี้ยรุนแรงชิงลูกค้า และลูกค้าส่วนใหญ่ที่หมดภาระกับสถาบันการเงินแล้วหรือต้องเปลี่ยนผู้ผลประโยชน์ใหม่ ก็ไม่รู้ว่าจะไปทำประกันต่อที่ไหน ถือเป็นโอกาสที่บริษัทหาช่องทางต่อยอดพัฒนาธุรกิจ ด้วยจุดแข็งที่รู้จักลูกค้าดีอยู่แล้ว”

นายปิติพงศ์ พิศาลบุตร กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์การรับประกันภัยในครึ่งแรกของปีนี้การเติบโตของบริษัทยังไม่เป็นไปตามเป้าก่อนหน้าที่ตั้งไว้สูงภายใต้เศรษฐกิจปีนี้น่าจะเติบโตที่ 3.5% แต่ที่ผ่านมาพบว่าเศรษฐกิจกับชะลอตัว ส่งผลต่อตลาดรับประกันวินาศภัยชะลอตามไปด้วย ซึ่งเป็นที่รับรู้กัน ดังนั้นบริษัทต้องปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปีนี้ต้น ไป และน่าจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในปี 2560 ด้วย

นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัทได้พิจารณาปรับลดเป้าเบี้ยรับประกันภัยในปีนี้เหลือ 3,000 ล้านบาท หรือ กลับมาเติบโตเท่ากับปี 2558 จากเดิมตั้งไว้ที่ 3,500 ล้านบาท หลังจากทางด้านผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีเบี้ยรับประกันภัยที่ 1,334.82 ล้านบาท หดตัว 15% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่ 1,578.58 ล้านบาท

ทั้งนี้เบี้ยประกันที่ลดลง เป็นเบี้ยประกันอัคคีภัย 297.66 ล้านบาทหรือลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 303.44 ล้านบาท และเบี้ยประกันรถยนต์ 885 .77 ล้านบาท หรือลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 1,150.46 ล้านบาท ในขณะที่เบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น เป็นเบี้ยประกันทางทะเลและขนส่ง 35.71 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 31.96 ล้านบาท และเบี้ยประกันเบ็ดเตล็ด 115.66 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 92.70 ล้านบาท