กำไรปกติ 1H59 เติบโต 59% คงประมาณการกำไรทั้งปีตามเติม
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- กำไรในช่วง 2Q59 -36%YoY +12%QoQ กำไร 1H59 -22%YoY : ในช่วง 2Q59 มีกำไรสุทธิ 622 ล้านบาท ลดลง 31%YoY (เพิ่มขึ้น19%YoY หากไม่รวมรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายที่ดินใน 2Q58 จำนวน 378 ล้านบาท) แต่เพิ่มขึ้น 12%QoQ ในช่วง 1H59 มีกำไรสุทธิ 1,179 ล้านบาท -18%YoY (กำไรปกติเติบโต 59%YoY) อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 30.6% จาก 28.6% ใน 1Q58 แต่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 21% จาก 19% ทำให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 8% ลดลงจาก 9% ใน 1Q59 ปีนี้บริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นปีแรกหุ้นละ 0.04 บาท กำหนดวัน XD 29 ส.ค. วันจ่าย 9 ก.ย.
- คงประมาณการกำไรปกติปี 59 ตามเดิม : กำไร ครึ่งแรกปี 59 คิดเป็น 39% ของประมาณการทั้งปีที่ราว 3 พันล้านบาท ยอดขายรอโอน (backlog) ล่าสุดจนถึงต้นเดือนส.ค.มีจำนวน 16,200 ล้านบาทส่วนที่จะโอนภายในปีนี้ราว 9,531 หมื่นล้านบาท ทำให้ประมาณการรายได้จากการโอนที่ราว 3.48 หมื่นล้านบาทมี backlog รองรับแล้ว 69% โดยมีโครงการแนวราบพร้อมโอนมูลค่ารวมราว 2 พันล้านบาท ทั้งนี้ปลายปีมีคอนโดฯโครงการร่วมทุนได้แก่ The Line – สุขุมวิท 71 มูลค่าเกือบ 2 พันล้านบาทมียอดจองแล้ว 100% จะเริ่มโอนได้ราวเดือนธ.ค. ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 59 ที่ราว 3,000 ล้านบาทลดลง 13% จากกำไรสุทธิในปี 58 เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายที่ดินราว 771 ล้านบาท ทั้งนี้แนวโน้มกำไร Q3 จะเป็นจุดต่ำสุดรายไตรมาสจากที่มี backlog เพียง 6,000 ล้านบาท และจะสูงสุดใน Q4 ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของการโอน
- ผู้บริหารยืนเป้ารายได้และยอดจอง presale ตามเดิม : ยอดจอง presale นับถึง 8 ส.ค.ทำได้ 1.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 36% ของเป้าทั้งปี ผู้บริหารยังยืนเป้ายอดขาย presale ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท และเป้ารายได้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาทตามเดิมเนื่องจากแผนเปิดขายโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังมีจำนวนและมูลค่าสูงกว่าครึ่งปีหลังกว่า 2 เท่าตัว (1.6 หมื่นล้านบาทเทียบกับ 3.5หมื่นล้านบาท)โดยใน Q4 จะเปิดถึง 6 โครงการมูลค่ารวมเกือบ 2.9 หมื่นล้านบาทซึ่งมีไฮไลท์เป็นคอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมขายที่ถ.วิทยุมูลค่า 8,200 ล้านบาทและ The Monument คอนโดฯร่วมทุนมูลค่า 6,000 ล้านบาท
- คงคำแนะนำ“ซื้อ” ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมปี 60 ที่ 1.98 บาท : ฝ่ายวิจัยได้ปรับมาใช้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 60 ซึ่งอิง Prospect PER ที่ระดับ 9 เท่า โดยคาดกำไรสุทธิปี 60 จะเพิ่มขึ้นราว 4% เป็น 3,153 ล้านบาทและประเมินกำไรต่อหุ้นราว 0.22 บาทได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 1.98 บาทซึ่งยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด โดยมี yield น่าสนใจที่ระดับเกือบ 6% ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ“ซื้อ” สำหรับลงทุนระยะยาวรับเงินปันผล









