วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รายใหญ่' แห่ขายหุ้นเล็ก

หลังจากราคาหุ้น "ปรับตัวเพิ่มขึ้น" รับอานิสงส์ผลประกอบการไตรมาส2 ที่ออกมาดี พบว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ในหลายบริษัทได้ลดสัดส่วนการถือครอง

            ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ยังคงเป็นขาขึ้นเข้าสู่ภาวะกระทิง จากอานิสงส์ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างประเทศไหลเข้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ ขณะเดียวหุ้นขนาดเล็กก็ไม่น้อยหน้า มีแรงเก็งกำไรกันอย่างหนาแน่น 

            ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 17ส.ค.พบว่า หุ้นที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุดคือ หุ้นบิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น(BIG) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 207%จากราคา1.55 เป็น 4.76บาท รองลงมา หุ้นการบินไทย(THAI) เพิ่มขึ้น 190%จากราคา 9.20บาทเป็น 26.75บาท และหุ้นเถ้าแก่น้อย(TKN)เพิ่มขึ้น 170%จากราคา 8.55 บาทเป็น 23.10บาท เมื่อเห็นราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่มูลค่าการถือครองของผู้ถือหุ้นใหญ่เพิ่มตามสัดส่วนราคาที่ขยับขึ้น

            เมื่อภาวะตลาดคึกคัก ราคาหุ้นเล็กปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงเป็นจังหวะที่สามารถทำกำไรได้ ดังนั้นจะเห็นว่านักลงทุนรายใหญ่ทยอยทำรายการขายออกมา โดยเฉพาะเดือนส.ค.นี้มีรายงานขายมากกว่าซื้อ

            ล่าสุด จากรายการการได้มาและจำหน่ายไปพบว่า กลุ่มรายใหญ่รายงานขายหุ้นขนาดเล็ก ประกอบด้วย หุ้นบริษัททีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) โดย นาย พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี รายงานขาย 1.04%ทำให้สัดส่วนการถือครองเหลือ 9.85% หุ้นบริษัทแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX)โดย นาย ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ รายงานขาย 0.5%ส่งผลให้สัดส่วนถือครองเหลือ 39.64% หุ้นบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่น (AQUA) โดย นาง สุมาลี อ่องจริต รายงานขายหุ้น 0.06% ทำให้เหลือการถือหุ้น 9.97% หุ้นบริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม (NEP)โดย นาย ณัฐพล จุฬางกูร 0.56%ทำให้สัดส่วนถือหุ้นเหลือ 14.64%

            เมื่อพิจารณาย้อนหลังพบว่าหุ้นที่ถูกเทขาย ส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยหุ้นอควา เป็นหุ้นที่ราคาเพิ่มขึ้น 25% จากราคา 0.72 บาท เพิ่มมาอยู่ที่ 0.90 บาท และราคาเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 1.02บาท หุ้นเอ็นอีพี ราคาปรับตัวขึ้น 20.83%จากราคา0.48 บาท เป็น 0.58 บาท ราคาเคยปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 0.68 บาท หุ้นทีพีซีเพาเวอร์ราคาพิ่มขึ้น 7.65%จากราคา 17 บาทเป็น 18.30 บาท และราคาสูงสุดที่ 19.80บาท ขณะที่หุ้นแมซ์ปรับตัวลดลง 18.18%จากราคา0.22 บาทเป็น 0.12 บาท

            ทั้งนี้ “สุมาลี อ่องจริต”ถือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 1ใน3อันดับแรกของบริษัทอควา ซึ่งการรายงานขายหุ้นในครั้งนี้เกิดหลังจาก สุมาลี ได้ลาออกจากการเป็น กรรมการ กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท และน่าจะสะท้อนได้ว่า อนาคตการถือหุ้นอควา จากนี้ไปจะเป็นอย่างไร คงพอคาดเดากันได้ และหลังรายงานขายหุ้นออกมา ราคาหุ้นเริ่มทยอยปรับตัวลงทันที 

            ขณะที่ บริษัทวิค แอนด์ ฮุคลันด์(WIIK) ได้แจ้งตั้งกรรมการชุดใหม่เมือเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา  พบว่ามีชื่อของ สุมาลี อ่องจริต เข้าไปเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการชุดใหม่ หลังจากที่มีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ1ในบริษัทดังกล่าว         

            เมื่อสำรวจพอร์ตลงทุนของ สุมาลี พบว่า มีการถือครองหุ้นบจ. 5 บริษัท เน้นลงทุนหุ้นขนาดเล็กประกอบด้วย บริษัทวิค แอนด์ ฮุคลันด์ (WIIK) จำนวน 55.18 ล้านหุ้นคิดเป็น 14.72% หุ้นอควา 460 ล้านหุ้น คิดเป็น 10.03% (ก่อนทำรายการขาย) หุ้นเอคิว (AQ) 600 ล้านหุ้นคิดเป็น 4.73% หุ้นพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) 306 ล้านหุ้นคิดเป็น 3.99% หุ้นตงฮั้ว โฮลดิ้ง (TH) 15.96 ล้านหุ้นคิดเป็น 1.65%