วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้  :  แกว่งตัวออกด้านข้าง

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง ตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ที่ปรับตัวไร้ทิศทาง อย่างไรก็ดี อาจมีแรงเก็งกำไรเข้ามาเพิ่มเติมในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยวานนี้ต่ออีก 2,631 ล้านบาท

แนวรับ/แนวต้าน : 1530/1565 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ :  ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

หุ้นแนะนำ

SENA (5.00) : กำไร 2Q59 ทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์และมากกว่าตลาดคาด จากผลบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งทำให้การรับรู้การโอนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ในปี 59 SENA ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 8 โครงการ ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 60 เติบโตต่อเนื่อง

SPRC (15.00) : ผลประกอบการ 2/59 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ส่งผลให้กำไรครึ่งปีแรกโดดเด่นที่ 4.7 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทได้ประกาศจ่ายปันผลสำหรับในงวดครึ่งปีแรกคิดเป็นอัตราผลตอบแทนกว่า 5% อีกทั้งแนวโน้มผลประกอบการใน 3Q59 ยังอยู่ในระดับสูงจากค่าการกลั่นที่ยังดีอยู่ประกอบกับนโยบายการลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ASEFA (7.50) : กำไร 2Q59 โดดเด่น (+47% yoy) จากงานทั้งภาครัฐและเอกชนและต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลงจากงานที่เพิ่มขึ้น เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจาก ASEFA ได้รับผลบวกจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 13 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 4%

CK (40.00) : คาดกำไรปี 59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" ชี้จีดีพีไตรมาส 2 โต 3.5% สะท้อนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแกร่ง เผยนายกฯพอใจโตต่อเนื่อง เชื่อเอกชนมั่นใจลงทุน สั่งผู้ว่า ททท.ทำแผนรับผลกระทบเหตุระเบิด ด้านธปท.ประเมินกระทบช่วงสั้น ขณะนักวิเคราะห์ชี้ขยายตัวเกินคาด กสิกรไทยจ่อปรับจีดีพีใหม่

+ ททท. เล็งเสนอกระทรวงท่องเที่ยวฯ ชง ครม.อนุมัติวันหยุดยาว 4 วัน รับวันท่องเที่ยวโลก 24-27 ก.ย. กระตุ้นตลาดท่องเที่ยวก่อนยอดเดินทางเดือน ก.ย.วูบ มั่นใจคนไทยใช้จ่ายเพิ่ม 10% บูม 5 โครงการรับไฮซีซันประเมินเหตุการณ์ระเบิดอาจสูญเสียรายได้ 5,000-10,000 ล้าน "กอบกาญจน์" เปิดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยววันนี้

+ พาณิชย์จับมือผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง 16 ราย จัดมหกรรมลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ 15-80% ทั่วประเทศ ผ่าน 13,500 สาขา ระหว่าง 18-25 สิงหาคมนี้ ฉลองครบรอบวันสถาปนา 96 ปี หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลักดันยอดขาย 3 หมื่นล้านบาท คาดช่วยประชาชนลดค่าครองชีพได้ 9 พันล้านบาท

+ ปตท. จับมือ 6 ค่ายรถยนต์ให้บริการสถานี "ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า" ประเดิม 20 สถานี ภายในปี 60 ด้าน สมาคมผู้ผลิตรถฯ แนะรัฐศึกษาผลดี-ผลเสีย เคาะแผนแม่บทรองรับ หวั่นส่งสัญญาณสับสน กระทบแผนลงทุน

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าจะยังคงมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั่วโลก และราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 5 สัปดาห์จากการคาดการณ์ที่ว่า ประเทศผู้ผลิตชั้นนำอาจจะเปิดโอกาสสำหรับการปรับลดการผลิต และดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนหุ้นที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ด้วย ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์, S&P 500 และ Nasdaq ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 59.58 จุดหรือ 0.32% สู่ 18,636.05, ดัชนี S&P 500 ปิดเพิ่มขึ้น 6.1 จุดหรือ 0.28% สู่ 2,190.15 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้น 29.12 จุดหรือ 0.56% สู่ 5,262.02

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดบวกขึ้นในวันจันทร์ หลังจากพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 14 เดือนในระหว่างวัน โดยดัชนีได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มน้ำมัน ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกขึ้น 25.17 จุด หรือ 0.36 % สู่ 6,941.19 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,907.17-6,955.34 โดยระดับปิดวันจันทร์ถือเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย. 2015

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดลดลงท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบาง ขณะที่เยนยังคงแข็งค่า และข้อมูลระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจหยุดชะงักในไตรมาส 2 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 50.36 จุด หรือ 0.30% ที่ 16,869.56

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันจันทร์ ในขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันอาจจะดำเนินมาตรการหนุนราคาน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย.พุ่งขึ้น 1.25 ดอลลาร์ หรือ 2.8 % มาปิดตลาดที่ 45.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 44.38-45.93 ดอลลาร์ โดยจุดสูงสุดของวันจันทร์ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. และราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นมาแล้วราว 10% จากช่วงต้นเดือน ส.ค.