"ททท." เล็งเสนอกระทรวงชงครม.อนุมัติวันหยุดยาว 4 วัน ฉลองวันท่องเที่ยวโลก 24 - 27 ก.ย. หวังกระตุ้นตลาดท่องเที่ยว ก่อนยอดเดินทางเดือนก.ย.วูบ
หลังเกิดเหตุการณ์ระเบิดแหล่งท่องเที่ยวหลักหลายแห่งในไทย ทำให้หน่วยงานที่ดูแลด้านการท่องเที่ยว ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ออกมาเร่งฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็วผ่านหลายกิจกรรมที่จะจัดขึ้น
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการ ททท. กล่าวว่า จากเหตุการณ์ระเบิดขึ้นใน 7 จังหวัด เมื่อวันที่ 11-12 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นในแหล่งท่องเที่ยว อาทิ หัวหิน, ภูเก็ต, เขาหลัก เป็นต้น ททท.ได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวที่สำนักงานใหญ่ ททท.พร้อมทั้งจัดประชุมระดมความคิดเห็นจากผู้บริหารองค์กรเร่งด่วน เพื่อประเมินผลกระทบจาก 35 สำนักงานทั่วโลก รวมถึงสรุปเป็นแผนการทำตลาดด้านการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทั้งตลาดในและต่างประเทศ
คาดกระทบยอดจองก.ย.
โดยประเมินว่า แม้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังเดินทางปกติ และมีจำนวนการยกเลิกเดินทางประปราย แต่คาดว่าเหตุการณ์จะไปกระทบต่อยอดจองล่วงหน้าที่จะเข้ามาในช่วงเดือน ก.ย.เป็นต้นไป โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้ในเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น ที่จะอ่อนไหวกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย ดังนั้นจึงคาดว่าจนถึงสิ้นปี 2559 อาจมีการยกเลิกการเดินทางของต่างประเทศ 1-2 แสนคน สูญเสียรายได้ราว 5,080-10,160 ล้านบาท อย่างไรก็ตามพบว่า ยอดจองบัตรโดยสารเครื่องบินล่วงหน้า (ฟอร์เวิร์ด บุคกิ้ง) ระหว่างวันที่ 15 ส.ค.-31 ธ.ค. 2559 ยังคงเพิ่มขึ้น 2%
แถลงกระตุ้นตลาดวันนี้
ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เดือน ส.ค.-ธ.ค.ท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญภาวะติดลบ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำลังรวบรวมมาตรการกระตุ้นตลาดและสร้างความเชื่อมั่นท่องเที่ยว และจัดแถลงข่าวโดยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในวันนี้ (16 ส.ค.59)
ส่วนของ ททท.เตรียมเสนอให้กระทรวงฯ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24-27 ก.ย.เพื่อฉลองการจัดงานวันท่องเที่ยวโลก (World Tourism Day) ที่ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำองค์กรภาครัฐและเอกชนด้านท่องเที่ยวจากทั่วโลกในวันที่ 27 ก.ย.นี้ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศเดินทางท่องเที่ยวในประเทศฟื้นฟูได้รวดเร็ว
เนื่องจากในเดือนดังกล่าวไม่มีวันหยุดยาว และจะได้เป็นการเฉลิมฉลองสร้างการรับรู้ในการต้อนรับการจัดงานดังกล่าว จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะสร้างรายได้ท่องเที่ยวในเดือน ก.ย.ให้ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10%ซึ่งจะไปสอดคล้องกับแผนดำเนินการเดิมที่เตรียมไว้คือ จะรณรงค์ให้เป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยวฉลองก่อนเกษียณอายุของนักท่องเที่ยวสูงอายุ
ระดม5กิจกรรมฟื้นท่องเที่ยว
นอกจากนั้น เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นเร่งด่วนจากตลาดต่างประเทศ เตรียมจัด 5 กิจกรรมต่อเนื่องในช่วง ก.ย.เป็นต้นไป เพื่อให้นักท่องเที่ยวยังคงตัดสินใจเดินทางมาไทยในช่วงนี้ไปจนถึงไฮซีซัน โดยวางไฮไลท์ที่โครงการแรก การกระตุ้นตลาดระยะใกล้ที่แม้จะหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ แต่ก็มีการฟื้นตัวได้เร็วและเดินทางเข้ามาได้ง่าย โดยเฉพาะตลาดจีนที่ได้รับรายงานว่ายังไม่มีการยกเลิกของกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่แต่อย่างใด
ประกอบกับตลาดจีนกำลังเข้าสู่การหยุดยาวช่วงใหญ่ประจำปี 1-7 ต.ค.2559 หรือ โกลเด้นวีค เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติจีน จึงตั้งเป้ากระตุ้นท่องเที่ยวตลาดนี้เป็นหลักให้เดินทางในช่วงดังกล่าวเพิ่ม 20%จากปีก่อน ด้วยการจัดกิจกรรม “อลังการเมืองไทย” ในกรุงเทพฯ โดยเลือกย่านศูนย์กลางที่เข้าถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ เช่น สวนลุมพินี จัดงานประดับไฟฟ้าอาคารและสถานที่ต่างๆ การจัดฉายภาพบนอาคารควบคู่ไปกับการจัดเทศกาลอาหารริมทาง เพื่อเป็นฉลองที่ไทยได้รับการจัดอันดับจากซีเอ็นเอ็นให้เป็น 1 ใน 23 เมืองที่มีอาหารสตรีทฟู้ดดีที่สุดในโลกในเร็วๆ นี้
โครงการที่ 2 จะใช้กลยุทธ์ให้ชาวต่างชาติที่พำนักในไทย มีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการจัดงานช่วงปลายเดือน ก.ย.โดยรูปแบบเป็นเทศกาลวัฒนธรรม อาหาร สินค้าและท่องเที่ยวเพื่อให้ชาวต่างชาติมาร่วมงาน ซึ่งจะทำให้เห็นภาพบรรยากาศในไทยว่าเป็นปกติและมีความปลอดภัยดี
ผุด2กิจกรรมหัวหิน
ส่วนการฟื้นฟูความเชื่อมั่นเชิงพื้นที่ในกิจกรรมที่ 3 เตรียมไว้สำหรับพื้นที่ อ.หัวหิน ซึ่งได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก จะมี 2 กิจกรรมย่อยคือ “วิ่ง เล่น เต้น กิน หัวหิน เฟสติวัล” ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ก.ย. ประกอบด้วย เทศกาลดนตรีแจ๊ส รวมถึงกิจกรรมกีฬา เช่น การวิ่งมาราธอน และการปั่นจักรยาน รวมถึงไฮไลท์การดึงกีฬากอล์ฟ ด้วยการเชิญ 2 โปรกอล์ฟชื่อดังของไทยคือ เอรียา จุฑานุกาล และพรอนงค์ เพชรล้ำ มาร่วมเรียกความเชื่อมั่นในอีเวนต์พิเศษที่จัดขึ้น
กิจกรรมที่ 4 ที่จะเริ่มต้นในเดือน ต.ค.คือ ท้าเที่ยวข้ามภาค ซึ่งเป็นการชักชวนและกระตุ้นให้คนไทยเดินทางนอกภูมิภาคของตัวเอง น จะเปิดตัวกิจกรรมดังกล่าวด้วยการมุ่งโปรโมทให้คนไทยจากภูมิภาคอื่นๆ มาเที่ยวภาคใต้ก่อนทันที และตามด้วยกิจกรรมที่ 5 คือ การปัดฝุ่นโครงการฉลองนักท่องเที่ยวต่างชาติคนที่ 30 ล้าน, 31 ล้าน, 32 ล้าน, 33 ล้าน และอาจถึง 34 ล้านคนถ้าจำนวนไปถึง









