ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังประเทศกลุ่ม OPEC มีแผนหารือมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบอีกครั้ง ณ กรุงอัลเจียร์ส
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังมีการเปิดเผยถ้อยแถลงของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบียว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันนอกกลุ่มโอเปคมีกำหนดการร่วมหารือในเรื่องของภาวะตลาด รวมถึงมาตรการที่จำเป็นในการสร้างเสถียรภาพให้กับราคาน้ำมันดิบ ระหว่างการประชุมที่จะมีขึ้นอย่างไม่เป็นทางการวันที่ 26-28 ก.ย. 59 นี้ ที่กรุงอัลเจียร์ส ประเทศแอลจีเรีย
- อิหร่านประกาศปรับลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (OSP) สำหรับเดือน ก.ย. 59 ที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียลง 1.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ -0.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบโอมาน/ดูไบ โดยนับเป็นการปรับลดราคาขายลงสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 59 ทั้งนี้ การประกาศปรับลดราคาขายดังกล่าวนับเป็นกลยุทธ์เชิงรุกของอิหร่านเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดน้ำมันดิบหลังต้องสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไปในช่วงของการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. 59 ไม่เปลี่ยนแปลง สวนทางกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกนับเป็นส่วนสำคัญของการใช้จ่ายผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐ โดยตัวเลขที่คงที่สวนทางกับการคาดการณ์ดังกล่าวนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการใช้จ่ายผู้บริโภคในไตรมาส 3 อาจชะลอตัวลงและอาจส่งผลต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ
- Baker Hughes รายงานตัวเลขจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 12 ส.ค. 59 ปรับเพิ่มขึ้น 15 แท่น โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 58 และนับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน ส่งผลให้จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบรวมปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ 396 แท่น
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากศรีลังกา อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันเบนซินโดยรวมยังคงถูกกดดันจากปริมาณอุปทานที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการส่งออกของจีน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์สิ้นสุดวันที่ 10 ส.ค. 59 ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลโดยรวมยังคงถูกกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวและอุปทานที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปริมาณการส่งออกจากจีน
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 42-47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 43-48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประชุมหารือระหว่างกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังมีรายงานว่าเวเนซุเอลา เอกวาดอว์ และกาต้าร์ เสนอให้จัดการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคเพื่อหารือเรื่องการรักษาเสถียรภาพราคา ซึ่งตลาดได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหลังรัฐมนตรีพลังงานของซาอุดิอาระเบียกล่าวว่าในการประชุมวันที่ 26 – 28 ก.ย. นี้อาจมีการหารือเรื่องมาตรการในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน หากระดับราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำเกินไป
- ภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดยังไม่คลี่คลายและมีแนวโน้มส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 523.6 ล้านบาร์เรล
- ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงเพิ่มปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน จากรายงานของ Baker Hughes ณ วันที่ 12 ส.ค. ที่รายงานว่าจำนวนหลุมขุดเจาะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 396 แท่น คิดเป็นการปรับเพิ่มขึ้นกว่า 66 แท่นจากต้นเดือน ก.ค.
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999









