กระทรวงท่องเที่ยวฯผนึก 20 องค์กรเอกชน แถลงยันรายได้ท่องเที่ยวตามเป้า 2.41 ล้านล้านบาท เดินหน้าเป็นเจ้าภาพงานวันท่องเที่ยวโลก
เหตุการณ์ระเบิดพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในไทย ตั้งแต่คืนวันที่ 11 ส.ค.ต่อเนื่องถึงวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้หลายหน่วยงานภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว ต้องเร่งออกมาฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
ล่าสุดวานนี้ (13 ส.ค.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว และสมาคมด้านการท่องเที่ยว 20 องค์กรเอกชน ได้ร่วมกันแถลงถึงสถานการณ์และมาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ความเชื่อมั่นว่า ไทยยังคงยังยืนความพร้อมการเป็นเจ้าภาพวันท่องเที่ยวโลก ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติรายการสำคัญที่รวมบุคคลชั้นนำด้านการท่องเที่ยวทั่วโลกมาไทย ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ โดยได้รับการยืนยันจากนายทาเล็บ รีฟาย เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลก (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์งานว่า พร้อมจะใช้เวทีดังกล่าวที่กรุงเทพฯ เป็นการสื่อสารให้ทั้งโลกรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อต่อต้านการกระทำรุนแรง
ยันดันรายได้เข้าเป้า 2.41 ล้านล้าน
นางกอบกาญจน์ ยืนยันว่า ด้วยการสนับสนุนและเข้าใจของตลาดต่างประเทศ จึงเชื่อมั่นว่าในปีนี้ไทยจะยังคงทำรายได้ท่องเที่ยวได้ 2.41 ล้านล้านบาทตามเป้าหมาย ประกอบกับครั้งนี้หน่วยงานภาครัฐได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายภาคเอกชน ในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น เป็นผลมาจากประสบการณ์รับมือภัยก่อการร้ายที่แยกราชประสงค์ในปีที่ผ่านมา
ผนึกเอกชนฟื้นหัวหิน
โดยหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนจะร่วมมือจัดกิจกรรมฟื้นฟูความเชื่อมั่นในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบหนัก เช่น อำเภอหัวหิน ให้ได้เร็วที่สุด เช่น จัดเป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอนในถนนเส้นที่เคยเกิดเหตุการณ์ระเบิด ตอกย้ำให้เห็นว่าคนไทยไม่หวั่นต่อสถานการณ์และเชิญชวนให้ต่างชาติร่วมกิจกรรม
ทั้งนี้ เชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้จะไม่กระทบกับการท่องเที่ยวในไตรมาส 3 ปีนี้ เนื่องจากมีมาตรการรับมือในระดับภูมิภาครองรับ ซึ่งเป็นการปรับใช้จากบทเรียนครั้งก่อน มีการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็งมากขึ้น ขณะเดียวกันตำรวจท่องเที่ยว ที่อยู่ในสังกัดของกระทรวง ก็ได้รับการจัดสรรอัตรากำลังคนเพิ่มเต็ม 1,700 นายเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี
ดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์
ขณะที่ความคืบหน้าในการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 คนที่ได้รับบาดเจ็บ มี 3 คนที่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว และอีก 7 คนอยู่ระหว่างรักษาตัว และคาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 7-10 วัน ซึ่งจากการพูดคุยบางรายยืนยันพร้อมเดินทางท่องเที่ยวต่อทันที และททท.เตรียมจัดแคมเปญเพื่อเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นแขกพิเศษของประเทศ
ททท.เร่งฟื้นเชื่อมั่นก่อนไฮซีซัน
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เตรียมจัดกิจกรรมกระตุ้นความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยวพื้นที่ๆได้รับผลกระทบ โดยเลือกอำเภอหัวหิน จัดพิธีการทำบุญในช่วงเช้าและจัดเทศกาลดนตรีแจ๊สในช่วงเย็น เพื่อแสดงให้เห็นว่าบรรยากาศท่องเที่ยวกลับมาเป็นปกติ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดเพื่อให้ทันรับมือกับไฮซีซันที่จะถึงนี้
ปลอบขวัญผู้บาดเจ็บ“แขกพิเศษไทย”
นอกจากนั้น ททท.ยังมีแนวคิดจัดโครงการพิเศษ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รุนแรงในครั้งนี้ เป็นแขกคนพิเศษของไทย โดย ททท.จะร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น โรงแรมและสายการบิน ในการเป็นสปอนเซอร์ให้เดินทางกลับมาเที่ยวไทยซ้ำในครั้งหน้า ด้วยการจัดแพ็คเกจหรูทั้งตั๋วเครื่องบินโดยสารชั้น 1 จากต้นทาง และโรงแรมระดับ 5 ดาวในจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต้องการ และหากเป็นคนไทยก็จะได้รับสิทธิในการเข้าพักโรงแรมที่ดีที่สุดเช่นกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเสมอแม้จะเกิดวิกฤตใดๆ ก็ตาม
ขณะเดียวกันมอบหมายให้รองผู้ว่าททท.ด้านตลาดต่างประเทศ พิจารณากระตุ้นตลาดเดินทางระยะใกล้ (Short Haul)ให้เข้ามาเสริมมากที่สุดในช่วงปลายปีนี้ ในกรณีที่ตลาดระยะไกลเกิดความกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย คาดว่าในวันจันทร์นี้ (15 ส.ค.) จะจัดแถลงข่าวในรายละเอียดอีกครั้ง
แจงกระทบตลาดต่างชาติน้อย
ด้านนายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อตลาดคนไทยมากกว่าต่างชาติ การยกเลิกราว 20-30%ในพื้นที่อำเภอหัวหิน ส่วนใหญ่มาจากคนไทยเป็นหลัก แต่สำหรับชาวต่างชาติเมื่อจองล่วงหน้ามาแล้วมักจะไม่ยกเลิกทันที
ขณะที่นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เชื่อว่า รายได้ของไทยในปีนี้จะสูงเกินกว่า 2.41 ล้านล้านบาท เนื่องจากครั้งนี้ระดับของความรุนแรงไม่เทียบเท่ากับปี 2558 ซึ่งเป็นภัยก่อการร้ายชัดเจน แต่ครั้งนี้ยังเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์การเมืองเท่านั้น จึงไม่กังวลสำหรับตลาดต่างประเทศนัก แต่สำหรับตลาดในประเทศ เชื่อว่ายังต้องมีกิจกรรมเสริมพิเศษเพื่ออัดฉีดกำลังซื้อ เพราะกลายเป็นตลาดคนไทยที่หวั่นไหวกับเหตุการณ์มากที่สุด
เร่งผุดประกันภัยนักท่องเที่ยว
ขณะที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรรุณทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ในเดือนนี้ จะนำรายละเอียดโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวเข้าสู่ที่ประชุม โดยเสนอให้นำเงินที่ได้จากการจัดเก็บค่าตรวจลงตรา (วีซ่า) มาใช้ เนื่องจากแต่ละปีมีการจัดเก็บได้กว่า 8,000 ล้านบาท และจัดสรร 20%มาให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อใช้กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในไทย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในช่วงที่ไทยเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ
บึ้มไม่กระทบท่องเที่ยวสุราษฎร์
นายประภาส อินทนปสาธน์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เหตุระเบิดที่สุราษฎร์ธานี ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวใน พื้นที่มากนัก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวนี้ นักท่องเที่ยวยังเดินทางเข้ามาตามปกติ โดยเฉพาะเขื่อนรัชชประภาเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวไทย
ส่วนนักท่องเที่ยวต่างประเทศจากการสอบถามผู้ประกอบการฯ ยังไม่ยกเลิกการเดินทาง มีเพียงการสอบถามรายละเอียดเข้ามาบ้าง ซึ่งเมื่อได้รับการอธิบายจากผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าใจ ยังคงยืนยันที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยตามโปรแกรมเดิม
เอกชนตรังเร่งรัฐสร้างความเชื่อมั่น
นายประทีป โจ้งทอง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบใน จ.ตรัง ขณะนี้มีการยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวที่จ.ตรัง 100% และที่ผ่านมาปัญหาทางเศรษฐกิจและพืชผลทางการเกษตร ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนเป็นอย่างมาก และสิ่งเดียวที่สามารถที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจนำเงินจากต่างประเทศเข้ามาได้คือ รายได้จากการท่องเที่ยว
แต่มาเกิดเหตุการณ์ลอบวางระเบิด จึงทำให้นักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางทั้งหมด และจะกระทบยาวไปจนถึงการเปิดฤดูการท่องเที่ยวหน้าในเดือนต.ค. จึงขอให้ทางรัฐเร่งแก้ปัญหา พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวไทยต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กลับมาโดยเร็ว









