ไตรมาส 2/59 ต่ำกว่าคาด; ไฮซีซั่นสมุยจะหนุนกำไรไตรมาส 3/59 แข็งแกร่ง
ไตรมาส 2/59 ต่ำกว่าประมาณการ
BA รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 128 ล้านบาท พลิกจากกำไรสุทธิในไตรมาส 2/58 และไตรมาส 1/59 หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 45 ล้าน และค่าใช้จ่ายพิเศษทางภาษีที่ 470 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/59 จะอยู่ที่ 297 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนหลักในไตรมาส 2/58 แต่ลดลง 80% QoQ ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารและอัตราภาษีจ่ายสูงกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ปัจจัยเบื้องหลังการเติบโตแกร่งของกำไรหลัก YoY ได้แก่ 1) จำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 12% YoY เป็น 1.2 ล้านคน), 2) ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ต่ำลง (ลดลง 43% YoY เป็น 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล), 3) ส่วนแบ่งกำไรจากสนามบินและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบินที่เพิ่มขึ้น, 4) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทในเครือ (เพิ่มขึ้น 45% YoY มาอยู่ที่ 158 ล้านบาท) และ 5) รายได้อื่นๆที่เพิ่มขึ้น (เช่น ค่าเปลี่ยนตั๋วโดยสาร, ค่าน้ำหนักกระเป๋าส่วนเกิน, รายได้จากการหมดอายุของตั๋วโดยสาร) อย่างไรก็ตามกำไรหลักที่อ่อนตัว QoQ เนื่องจาก 1) จำนวนผู้โดยสารที่ลดลง (ลดลง 22% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย), 2) ค่าโดยสารเฉลี่ยที่ลดลง (ลดลง 11% QoQ เป็น 3,536 บาท), 3) รายได้เฉลี่ยต่อผู้โดยสารต่อหน่วยที่ลดลง (ลดลง 15% QoQ มาอยู่ที่ 4.63 บาท/ RPK), 4) ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้น 9% QoQ), 5) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น – อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอกขายเพิ่มขึ้นเป็น 17.3% จาก 12.4% ในไตรมาส 1/59 และ 6) อัตราภาษีจ่ายที่เพิ่มขึ้น (เพิ่มขึ้นเป็น 46.4% จาก 15.2% ในไตรมาส 1/59)
แนวโน้ม
จากการที่อุปสงค์การจราจรทางอากาศภายในประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราคาดว่าจะเห็นภาพตัวเลขการเติบโตที่แข็งแกร่งของจำนวนผู้โดยสาร YoY ต่อเนื่องในไตรมาส 3/59 ตัวเลขสถิติการจราจรทางอากาศของ AOT ตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/59 จนถึงปัจจุบันขยายตัวอยู่ที่ 14 % YoY ในเดือนกรกฏาคม นอกจากนี้จำนวนผู้โดยสารของ BA โดยปกติจะเพิ่มขึ้นราว 15% QoQ ในไตรมาส 3 ของทุกปี จากการที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวไทยและช่วงไฮซีซั่นของเกาะสมุย ดังนั้นเราคาดว่ากำไรหลักของ BA ในไตรมาส 3/59 จะขยายตัวทั้ง YoY และ QoQ
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
ถึงแม้ว่ากำไรสุทธิ 6 เดือนแรกของปี 2559 คิดเป็น 64% ของประมาณการกำไรปี 2559 ของเราที่ 2,216 ล้านบาท แต่เรายังคงประมาณการกำไรไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกของบริษัทโดยปกติจะสูงกว่าในช่วงครึ่งปีหลัง
คำแนะนำ
ในมุมมองของเราราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงในปัจจุบันได้สะท้อนภาพการอ่อนตัวของผลประกอบการในไตรมาส 2/59 จากภาระทางภาษีที่เพิ่มขึ้นไปแล้ว โดยเรามองว่าผลการดำเนินงานหลักในช่วงไตรมาส 3/59 จะได้แรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นของเกาะสมุย ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น นอกจากนั้นอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีในช่วง 2558-2560 อยู่ที่ 36% จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของตัวเลขการจราจรทางอากาศ ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่สามารถหนุนราคาหุ้นเช่นกัน โดยราคาหุ้นปัจจุบัน ซื้อขายกันที่ระดับ PEG 0.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.2 เท่า









