กำไรไตรมาส 2 สุดแจ่ม
สูงกว่าคาด 5%
CPALL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 4.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY และ 3% QoQ ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่เราและตลาดคาด 5% และ 8% ตามลำดับ เนื่องจากยอดขายสาขาเดิมที่โตดีกว่าคาดและค่าใช้จ่ายภาษีที่ต่ำกว่าประมาณการ
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้รวมเพิ่มขึ้น 13% YoY เป็น 1.1 แสนล้านบาท ในไตรมาส 2/59 ในขณะที่ยอดขายร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น 13% YoY เป็น 6.6 หมื่นล้านบาทจากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโต 5% และสาขาใหม่ โดยในไตรมาส2/59 บริษัทเปิดร้านเซเว่นอีก 209 สาขา ส่งผลให้จำนวนสาขาใหม่ในครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 420 สาขา คิดเป็น 60% ของเป้าหมายปี 2559
มูลค่าการซื้อต่อครั้งเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.6% YoY เป็น 64 บาท ในขณะที่จำนวนครั้งต่อวันเพิ่มขึ้น 2.5% YoY มาอยู่ที่ 1,259 ครั้งต่อสาขาต่อวัน เรามองตัวเลขทั้งสองจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 2559 หนุนโดยสแตมป์ที่น่ารักน่าสะสม (ตัวการ์ตูนจากซานริโอ้และไลน์เฟรนด์)
อัตรากำไรร้านสะดวกซื้อขยายตัว 50 bps เป็น 28.5% ในไตรมาส 2/59 จากอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าที่ขยายตัว และประสิทธิภาพด้านการจัดส่งที่ดีขึ้นหลังการเปิดคลังสินค้าใหม่ในจังหวัดชลบุรี ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยของสินค้าขยายตัว 40 bps YoY เป็น 26.5% จากอัตรากำไรของสินค้าอาหารที่เพิ่มขึ้น 30bps YoY และสินค้าที่ไม่ใช่อาหารเพิ่มขึ้น 50bps YoY
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 2.14 หมื่นล้านบาท และอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 50bps YoY มาอยู่ที่ 19.5% โดยสาเหตุที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากแคมเปญโปรโมชั่น “สิทธิแลกซื้อ” เพื่อนำไปซื้อสินค้าบางรายการ โดย CPALL บันทึกส่วนลดนี้เป็นค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แต่เนื่องจากซัพพลายเออร์เป็นผู้สนับสนุนส่วนลดดังกล่าว บริษัทจึงรับรู้รายได้จากการสนับสนุนเป็นรายได้อื่น ส่งผลให้รายได้อื่นในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 37% YoY เป็น 4.6 พันล้านบาท
แนวโน้ม
เราคาดยอดขายสาขาเดิมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องในครึ่งหลังปี 2559 เนื่องจากแสตมป์และของรางวัลที่น่าสะสมนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 26 ก.ค ถึง 25 พ.ย. เรามองกำไรครึ่งหลังปี 2559 จะเติบโต 26% YoY
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2559 ขึ้น 5% สะท้อนกำไรไตรมาส 2/59 ที่ดีกว่าคาด ผลกระทบเชิงบวกจากแคมเปญแสตมป์ และภาพการบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น พร้อมปรับราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ขึ้นเป็น 61.50 บาท จากเดิมที่ 56 บาท
คำแนะนำ
CPALL ยังคงเป็นหุ้นที่เราชอบที่สุดในกลุ่มค้าปลีก การเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีในช่วง 3 ปี อยู่ที่ 21 % (ปี 2559-2571) อีกทั้งราคาซื้อขายปัจจุบันก็น่าสนใจ โดยซื้อขายอยู่ที่ PER 12 เดือนข้างหน้าที่ 26 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยในระยะยาวอยู่ที่ 27.5 เท่า









