"ตลาดหลักทรัพย์" พร้อมจ่ายภาษีให้รัฐบาล เชื่อไม่กระทบกำไรจากการดำเนินงานปีละ 1.5 พันลบ. มั่นใจมาร์เก็ตแคปแตะ 28 ล้านลบ.ในปี 63
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ โดยการกำหนดให้ตลท. เป็นนิติบุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้ ตลท.มีความยินดีที่จะจ่ายภาษี และยืนยันว่าจะไม่กระทบกับแผนการดำเนินงานรวมถึงผลประกอบการแน่นอน ซึ่งโดยปกติตลท.จะมีกำไรจากการดำเนินงาน อยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท และจำนวน 1 ใน 3 จะต้องมีการจ่ายเงินให้กับมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ในระยะต่อไปจะมีการจ่ายภาษีนิติบุคคล 20% ซึ่งขณะนี้ต้องรอกระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องกฎเกณฑ์การจ่ายเงินให้กับมูลนิธิในระยะต่อไป
ขณะนี้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของตลาดหุ้นไทยเริ่มใกล้ระดับ 15 ล้านล้านบาทซึ่งเป็นระดับที่สูงอีกครั้ง โดยเป็นไปตามภาวะตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น และพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนไทยมีความน่าสนใจ ซึ่งยังเชื่อมั่นว่าในระยะยาวมาร์เก็ตแคปจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปตามเป้าหมายที่วางไว้จะขึ้นสู่ระดับ 28 ล้านล้านบาท ภายในปี 63 หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และ หัวหน้าสายงานการเงินและบริหารเงินลงทุน ตลท. กล่าวว่า ภาวะการซื้อตลาดหุ้นไทยเดือน ก.ค. ดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย โดยนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิสูงสุดถึง 45,296 ล้านบาท รวมแล้วตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมียอดซื้อสุทธิในหุ้นไทยรวมแล้วเกือบ 95,000 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยมีการเติบโต โดยจีดีพีที่อยู่ 3.2% ถือว่าดีว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ส่วนภาคส่งออกแม้จะยังอยู่ในช่วงติดลบ แต่ถือว่าในหลายตลาดส่งออกเริ่มปรับตัวดีขึ้นพอสมควร
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่ากระแสเงินทุนต่างชาติขณะนี้ไหลเข้าและไหลออกในหลายประเทศ หลังกรณีของ Brexit ทำให้เศรษฐกิจในประเทศขนาดใหญ่ผันผวน ขณะเดียวกันประเทศไทยขณะนี้หลังการลงประชามติมีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งค่อนข้างมาก ทำให้ต่างชาติเริ่มมีความสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง
นอกจากนี้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาด SET และ mai ในเดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 64,339 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 3 ปี 3 เดือน โดยแบ่งเป็นการซื้อขายที่มาจากรายย่อย 55% นักลงทุนสถาบันต่างประเทศ 23-25% และอีก 20% เป็นนักลงทุนสถาบันในประเทศ ทั้งนี้ กลุ่มสื่อสารมีการซื้อขายสูงสุด และกลุ่มหุ้นใหญ่ SET1-20 มีมูลค่าการซื้อขายมากที่สุด โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มสื่อสาร









