กำไรทำสถิติใหม่ตามคาด
KCE กำไรทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งโดยรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 812 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% YoY และ 8% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนกำไรหลักอยู่ที่ 769 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% YoY และ 6% QoQ กำไรสุทธิและกำไรหลักที่ออกมาเป็นไปตามคาด KCE ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 1 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 19 ส.ค. จ่าย 9 ก.ย.
ประเด็นหลักผลประกอบการ
รายได้ปรับตัวสูงขึ้น 17% YoY และ 1% QoQ มาอยู่ที่ 3.58 พันล้านบาท หนุนโดยยอดขายที่สูงขึ้นจากโรงงานใหม่ในเฟส 1 และ 2 ทั้งๆที่ได้รับผลกระทบจากลูกค้าเปลี่ยนจากการใช้บริการจัดส่งทางอากาศมาเป็นทางเรือ (ผลกระทบ 3%) ทำให้การรับรู้รายได้ของบริษัทช้าลง รวมทั้งผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น (ผลกระทบ 0.8%) อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวมาอยู่ที่ 35.5% จากประสิทธิภาพของโรงงานใหม่ และการประหยัดจากขนาดที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากยอดผลิตที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายทางการขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 12.7% เทียบกับ 12% ในไตรมาส 1/59 จากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการปิดโรงงานเก่า ในไตรมาส 2/59 บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 43 ล้านบาท
แนวโน้ม
เราประเมินกำไรหลักไตรมาส 3/59 เบื้องต้นที่ 815 ล้านบาท เพื่มขึ้น 35% YoY และ 6% QoQ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลของยอดสั่งซื้อ, อุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่งของ PCBs ในอุตสาหกรรมรถยนตร์และการขยายกำลังการผลิต เราคาดกำไรขั้นต้นจะสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกจากยอดขายที่สูงขึ้นส่งผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาด บริษัทจะเริ่มดำเนินการลงเครื่องจักรสำหรับเฟส 3 (2 แสนตร.ฟุต ในไตรมาส 3/59 และ 500แสน ตร.ฟุตในปีหน้า) อีกทั้งยังมีการปรับปรุงโรงงานที่ จ.อยุธยา เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 แสนตร.ฟุต/เดือน พร้อมกับประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น เราคาดไตรมาส 3/59 กำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราคงประมาณการกำไรปี 2559 และปรับราคาเป้าหมายไป ณ สิ้นปี 2560 ที่ 121 บาท
คำแนะนำ
แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นได้ 22% ตั้งแต่เราเริ่มกลับมาให้คำแนะนำ ซื้อ KCE เราเชื่อว่าราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยกำไร 2 ไตรมาสแรกทำสถิติสูงสุดจากการประหยัดขนาดที่ดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตที่โรงงานใหม่และการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต จากมุมมองของเราตัวเลขที่น่าประทับใจยังคงไม่หยุดแค่นี้ และคาดว่าน่าจะทำสถิติใหม่ต่อเนื่องได้ในไตรมาส3/59 เราคาดการอัตราการเติบโตของกำไรในปี 2558 ที่สูงถึง 42% อีกทั้งจำนวนชิ้นส่วนในรถยนตร์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในรถยนตร์และการขยายกำลังการผลิตจากโรงงานใหม่ จะทำให้ KCE ยืนอยู่ในตำแหน่งของผู้ชนะไปอีก 3-5 ปี นอกจากนั้นยังมีโอกาสในการปรับประมาณการกำไรจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดจากประสิทธิภาพของโรงงานใหม่ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ









