วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

GFPT - ซื้อ

กลับมาบินสูงอีกครั้งในครึ่งปีหลัง

สูงกว่าคาด

GFPT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 เท่ากับ 381 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% YoY และ 39% QoQ ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่เราคาดก่อนหน้าคิดเป็น 9% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นและรายได้อื่นๆ ที่สูงกว่าคาด รวมถึงภาระภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาด ทั้งนี้รายได้รวมถือว่าเป็นไปตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.8% ซึ่งถือว่าสูงกว่าประมาณการของเราที่ 13% กำไรสุทธิหลังหักภาษีสูงกว่าคาด 13%

ประเด็นหลักของผลประกอบการ

กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด YoY ได้รับปัจจัยหนุนจากส่วนแบ่งกำไรจากแม็คคีย์และจีเอฟเอ็นที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ส่วนแบ่งกำไรจากแม็คคีย์และจีเอฟเอ็นเพิ่มขึ้น 1,063% YoY และ 1% QoQ กำไรสุทธิของแม็คคีย์ในไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182% YoY และ 11% QoQ เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกไก่ปรุงสุกที่เพิ่มขึ้น (7,800 ตันในไตรมาส 2/59 เทียบกับ 7,600 ตันในไตรมาส 2/58 และ 6,500 ตันในไตรมาส 1/59) กำไรสุทธิของจีเอฟเอ็นในไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 102 ล้านบาท พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 26 ล้านบาทในไตรมาส 2/58 และทรงตัว QoQ เนื่องจากเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไก่ปรุงสุก (74% ในไตรมาส 2/59 เทียบกับ 60% ในไตรมาส 2/58 และ 70% ในไตรมาส 1/59) ปริมาณยอดส่งออกของจีเอฟเอ็นในไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 10,600 ตัน เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 6% QoQ

รายได้รวมลดลง 3% YoY และทรงตัว QoQ เนื่องจากยอดขายอาหารสัตว์ที่ลดลง ปริมาณยอดส่งออกของ GFPT ในไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 5,800 ตัน เพิ่มขึ้น 9% YoY และ 7% QoQ ในขณะที่ราคาส่งออกเฉลี่ยในไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 4,000 เหรียญต่อตัน ลดลง 5% YoY และ QoQ รายได้จากธุรกิจไก่เนื้อเพิ่มขึ้น 4% YoY เนื่องจากปริมาณยอดส่งออกไก่ปรุงสุกของ GFPT ที่เพิ่มขึ้น รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์ลดลง 18% YoY เนื่องจากยอดขายอาหารกุ้งและอาหารสัตว์บกที่ลดลง ธุรกิจไก่เนื้อรายงานกำไรจากการดำเนินงานที่ 20 ล้านบาทในไตรมาส 2/59 พลิกกลับจากขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 105 ล้านบาทในไตรมาส 2/58 และขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 53 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 ธุรกิจอาหารสัตว์มีผลกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงมากถึง 47% YoY และ 36% QoQ

แนวโน้ม

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY และ 13% QoQ หนุนโดยราคาไก่ในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น (รวมถึงราคาชิ้นส่วนไก่ในประเทศ) ปริมาณยอดส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้น และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นจากแม็คคีย์ ราคาลูกเจี๊ยบทำสถิติสูงสุดของปีซึ่งราคา ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 16.50 บาท/ตัว ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดแคลนอุปทานลูกเจี๊ยบจากการที่กรมปศุสัตว์ห้ามนำเข้าพ่อแม่ปู่ย่าพันธุ์จากประเทศสหรัฐฯ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกในประเทศไทย
ราคาไก่ในประเทศสำหรับที่ตลาดนครปฐมและชลบุรีปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 36-37 บาท/กก. และ 41-42 บาท/กก.ตามลำดับ เราคาดว่าราคาไก่ทั้งสองตลาดมีแนวโน้มยืนอยู่ในช่วง 40-42 บาท/กก. ตั้งแต่ช่วงเดือนก.ย.-ธ.ค.ของปีนี้ ประเทศจีนก็ประสบปัญหาการตึงตัวของอุปทานลูกเจี๊ยบเช่นเดียวกับประเทศไทย จากการห้ามนำเข้าพ่อแม่ปู่ย่าพันธุ์จากประเทศ
สหรัฐฯ ประเทศมาเลเซียล่าสุดสั่งห้ามการนำเข้าเนื้อไก่จากประเทศจีนซึ่งมีการระบาดของโรคไข้หวัดนก และหันมานำเข้าจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นแทน เราประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่ความตึงตัวของอุปทานเนื้อไก่ทั่วโลก ในส่วนของการเรียกเก็บอัตราภาษีฆ่าสัตว์ปีก ในที่สุดได้มีข้อตกลงกำหนดให้มีการเรียกเก็บที่ 0.2 บาท/ตัว (จากก่อนหน้าซึ่งเรียกร้องให้เก็บ 2 บาท/ตัว) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป เราประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อ GFPT เพียงเล็กน้อยและไม่มีนัยสำคัญแต่อย่างใด

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ไว้เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยราคาเป้าหมายใหม่ของเราที่ 16 บาท ได้สะท้อนการปรับเปลี่ยนไปใช้เป็นราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 แทนราคาเป้าหมายเดิม ณ สิ้นปี 2559

คำแนะนำ

เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” จากการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในปี 2559 ซึ่งได้รับอานิสงค์บวกจากปริมาณยอดส่งออกที่ฟื้นตัว และการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากแม็คคีย์และจีเอฟเอ็น GFPT ยังคงถือว่าเป็นเป็นหุ้นที่ถูกมากและราคาหุ้นถือว่าปรับตัวช้าที่สุดในกลุ่มอาหาร