วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยอดใช้ ‘อี-มันนี่’ 3ปีโต110%

“แบงก์ชาติ” เผยยอดใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 3 ปี เติบโต 110% ชี้ส่วนใหญ่เติมเงิผ่านนอนแบงก์ เร่งออกมาตรการดูแล

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า มูลค่าการใช้จ่ายผ่านเงินอิเล็กทรอนิกส์(อี-มันนี่) ในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ณ สิ้นเดือนพ.ค.2559 มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน อี-มันนี่ มียอดรวมที่ 7,501 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 45.11% และเพิ่มขึ้นจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมาถึง 110.89%

สำหรับมูลค่าการเติมเงิน อี-มันนี่ ณ สิ้นเดือนพ.ค.2559 มีจำนวนทั้งสิ้น 7,417.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 43.62% และหากเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 108.7%

ส่วนจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการ อี-มันนี่ ณ สิ้นเดือนพ.ค.2559 มีจำนวน 34 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 22.3% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 53.36%

ทั้งนี้ มูลค่าการใช้จ่ายผ่าน อี-มันนี่ ส่วนใหญ่ เป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่านผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(นอนแบงก์) โดย ณ สิ้นเดือนพ.ค.2559 ที่มีมูลค่าการใช้จ่ายผ่านอี-มันนี่รวม 7,501 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการใช้จ่ายผ่าน นอนแบงก์ ที่ให้บริการสูงถึง 7,059.9 ล้านบาท หรือคิดเป็น 94.1% ขณะที่ยอดใช้บริการผ่านผู้ให้บริการที่เป็นสถาบันการเงินมีมูลค่าอยู่ที่ 441.1 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพียง 5.8%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดการใช้จ่ายและการเติมเงินผ่าน อี-มันนี่ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ต้องหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น ล่าสุดได้ออกประกาศที่เกี่ยวข้องกับ เงื่อนไขการให้บริการดังกล่าวออกมา

ประกาศฉบับดังกล่าว กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจ อี-มันนี่ ต้องดำรงอัตราส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิต่อยอดคงค้างของเงินที่ได้รับล่วงหน้า ณ สิ้นไตรมาส ไม่ต่ำกว่า 8% และมีการกำกับดูแลในลักษณะ Prompt Preventive Action ในกรณีที่อัตราส่วนดังกล่าวต่ำกว่า 12% และ 10% เพื่อให้สามารถดูแลความเสี่ยงต่อฐานะและความมั่นคงทางการเงินของผู้ประกอบ อี-มันนี่ ได้ดียิ่งขึ้น