วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

THREL - ซื้อ

กำไรไตรมาส 2/59 สอดคล้องกับประมาณการ

กำไรสุทธิไตรมาส 2/59 โตตามคาด

THREL ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 เท่ากับ 106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY แต่ลดลง 5% QoQ ซึ่งสอดคล้องกับที่เราคาดการณ์ โดยกำไรสุทธิในครึ่งปีแรก 2559 คิดเป็นสัดส่วน 49% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2559

ประเด็นหลักผลประกอบการ

โดยรายได้เบี้ยประกันชีวิตรับสุทธิเพิ่มขึ้น 10% YoY และ 3% QoQ เท่ากับ 543 ล้านบาท โดยผลประกอบการดังกล่าวสอดคล้องกับที่เราคาดการณ์ โดยเห็นสัญญาณบวกในส่วนรายได้ของเบี้ยประกันประเภทร่วมพัฒนากับเมืองไทยประกันชีวิต (non-conventional) เติบโตถึง 20% YoY เป็น 193 ล้านบาท ขณะที่รายได้เบี้ยประกันประเภทดั่งเดิม (conventional) เพิ่มขึ้น 4% YoY เป็น 259 ล้านบาท

โดย THREL มีการตั้งอัตราสำรองสำหรับกรมธรรม์และค่าสินไหมทดแทน เท่ากับ 156 ล้านบาท ในงวด 2Q59 โดยคิดเป็น 34.4% ของเบี้ยประกันทั้งหมด ลดลงจาก 42.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 44.8% ในไตรมาสก่อนหน้าอัตราค่าใช้จ่ายด้านคอมมิชชั่นต่อเบี้ยรับสุทธิรวมเพิ่มขึ้นจาก 28.6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 24.4% ในไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 37.6% ในไตรมาส 2/59 ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตด้านยอดขายอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม non-conventional สำหรับอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้เบี้ยประกันรับสุทธิ (combined ratio) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 75.7% สำหรับงวด 2Q59 ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจาก 72.6% ในไตรมาสก่อนหน้า

ROI ในงวด 2Q59 เท่ากับ 4.1% เพิ่มขึ้นจาก 3.5% สำหรับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3.4% สำหรับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากกำไรซึ่งมาจากการลงทุนในไตรมาส 2/59 และการจ่ายเงินปันผลที่ดีขึ้น โดยรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 51% YoY และ 26% QoQ มาเป็น 18 ล้านบาท

แนวโน้ม

เราคาดว่า THREL จะมีกำไรสุทธิเติบโต 35% YoY ในไตรมาส 3/59 โดยได้แรงหนุนจาก ROI ที่ดีขึ้นและ อัตราส่วนค่าค่าสินไหม (Loss ratio) ที่ลดลง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลง

โดยเรายังคงประมาณการผลกำไรของ THREL ที่ระดับ 445 ล้านบาท ในปี 2559 และ 550 ล้านบาท ในปี 2560

คำแนะนำ

เป็นอีกครั้งที่เรามองว่า THREL อยู่ในสถานะที่สามารถสร้าง กำไรได้ดีจากการบริหารสัดส่วนต้นทุนต่อเบี้ยประกันภัยรับรวมที่มีประสิทธิภาพตลอดทั้งปีนี้และปีหน้า (เราคาดการณ์ว่าจะมีแรงหนุนสำคัญมาจากการหันมาเน้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Non-conventional ทำให้อัตราส่วนค่าคอมมิชชั่นลดลง) และ ROI ที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการปรับตัวในเชิงบวกของภาพรวมเศรษฐกิจ ส่งผลให้แนวโน้มรายได้จากเบี้ยประกัน เติบโตในปี 2559 และ ปี 2560 โดยเรายังคงแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายสำหรับปี 2559 ที่ 12.2 บาท โดยมูลกิจการจากการประเมินมูลค่าธุรกิจที่ 3.57 บาท (Embedded value/share) ต่อหุ้น และ 8.61 บาทต่อหุ้นสำหรับมูลค่าของการสร้างธุรกิจใหม่ (Value of new business/share)