วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"ออนิกซ์"ย้ำแบรนด์ผู้นำ บริหาร 100 โรงแรมปี 63

ในกลุ่มธุรกิจรับบริหารโรงแรมแบรนด์“ไทยแท้”ที่สร้างชื่อระดับโลก “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ติดกลุ่มมาโดยตลอดจากการขยายโรงแรมในและต่างประเทศ

ในกลุ่มธุรกิจรับบริหารโรงแรมภายใต้แบรนด์“ไทยแท้”ที่สร้างชื่อระดับโลก ในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ได้รับการยอมรับติดกลุ่มชั้นนำมาตลอด จากการขยายโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ

ปีเตอร์ เฮนลีย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ให้สัมภาษณ์“กรุงเทพธุรกิจ”ว่า ช่วงครึ่งปีแรกออนิกซ์เปิดโรงแรมใหม่ไปแล้ว 5 แห่ง ประกอบด้วยโรงแรมในมัลดีฟส์ และฮ่องกง ประเทศละ 1 แห่ง และในไทย 3 แห่ง 

 ช่วงครึ่งปีหลังมีโรงแรมเตรียมเปิดให้บริการอีก 5 แห่ง รวมจะเปิดโรงแรมใหม่ถึง 10 แห่ง มากที่สุดในรอบปีนับตั้งแต่เปิดกิจการนี้มา ขณะเดียวกันโรงแรมที่เซ็นสัญญาใหม่ในปีนี้ คาดมีจำนวน 10 แห่งเช่นกัน จากเดิมเฉลี่ยเพิ่ม 5-6 แห่งต่อปี

“การเติบโตดังกล่าวนับว่าไกลจากจุดเริ่มต้นมาก เพราะในปี 2551 ของการนับหนึ่ง ออนิกซ์ มีโรงแรม 15 แห่งในไทย ส่วนใหญ่ยังเป็นโรงแรมที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นเจ้าของเอง”  

ปัจจุบันมีโรงแรมทั้งที่เป็นเจ้าของและรับบริหารเปิดให้บริการ 41 แห่งทั้งในและต่างประเทศ รวมกว่า 6,600 ห้อง ขณะเดียวกันมีโรงแรมที่เซ็นสัญญารับบริหารไปแล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 20 แห่ง รวมแล้วจะเป็น 61 แห่ง ทำให้ผลงานใกล้“เป้าหมายใหญ่”ที่วางไว้ว่าในปี 2561 จะมีโรงแรมในเครือ 81 แห่ง ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์ชั้นนำของภูมิภาค

สำหรับจุดหมายที่ออนิกซ์เข้าไปปักหมุดโรงแรมภายใต้แบรนด์ตัวเองแล้ว ได้แก่ ฮ่องกง, จีน, บังคลาเทศ, กาตาร์, ศรีลังกา และมัลดีฟส์ ส่วนจุดหมายที่อยู่ระหว่างการพัฒนาแล้วและเตรียมเปิดให้บริการใหม่ ได้แก่ อินเดีย, มาเลเซีย, เวียดนาม, อินโดนีเซีย ซึ่งจะดำเนินการคู่ขนานไปกับการเพิ่มโรงแรมมากกว่า 1 แห่งในจุดหมายอย่างศรีลังกา, ฮ่องกง, จีน, ตะวันออกกลาง รวมถึงออสเตรเลีย

การเซ็นสัญญาโรงแรมใหม่ต่อปีได้มากกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากที่ผ่านมาผ่านกระบวนการสร้างการรับรู้ ผ่านการนำแบรนด์ไปเปิดตลาดในประเทศต่างๆ ทำให้นักลงทุนเจ้าของโรงแรมและลูกค้าที่เข้าพักเกิด“ความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะการเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมในการเจาะเซ็กเมนต์ต่างๆ สิ่งที่พิสูจน์ชื่อเสียงและผลงานดังกล่าวคือ นักลงทุนเจ้าของกิจการที่เลือกให้ออนิกซ์บริหารโรงแรมแรก เมื่อพัฒนาโครงการใหม่ลำดับต่อมา ก็ยังเลือกให้รับบริหารต่อเนื่อง

การแบ่งเซ็กเมนต์ด้วยแบรนด์ที่ต่างกันนั้น ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้นักลงทุนมีตัวเลือกในการมีโรงแรมที่รองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้   ซึ่งโครงการใหม่ 10 แห่งที่เซ็นสัญญาปีนี้ แบ่งเป็นแบรนด์โอโซ่ เจาะตลาดระดับกลาง 30% ส่วนอีก 40% เป็นแบรนด์ชามา เจาะเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์หรู และ 30% แบรนด์หลัก “อมารี”

สำหรับการเติบโตของออนิกซ์ในช่วงต่อไปนั้น ปีเตอร์ กล่าวว่ายังอยู่ในช่วงการขยายตัวต่อไป เพราะขณะนี้เฉพาะโรงแรมใหม่ที่กำลังเตรียมเปิดให้บริการในปี 2560 เป็นต้นไปยังมีอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะในประเทศจีนและฮ่องกง มีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใหม่ถึง 11 แห่ง

“เป้าหมายของออนิกซ์ยังคงอยู่ที่ 81 แห่งภายในอีก 2 ปี แม้ว่าบริษัทจะไม่ได้เน้นเพียงการเติบโตเชิงจำนวน แต่พยายามรักษาคุณภาพของแบรนด์ให้เกิดความเชื่อมั่น ด้วยการวางจุดเด่นเรื่องการให้ผลตอบแทนในเชิงการเงินต่อนักลงทุนให้ดีที่สุด หากประเมินจากการเติบโตที่เกิดขึ้น เชื่อว่าในปี 2563 โอกาสที่ออนิกซ์ฯ จะมีโรงแรมครบ 100 แห่ง ยังมีความเป็นไปได้สูง”

 แม้จะรุกขยายต่างประเทศจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นสัญญารับบริหาร ต่างจากโรงแรมในไทยส่วนมากเป็นเจ้าของเองถึง 6 แห่ง ดังนั้นสัดส่วนรายได้จากประเทศไทยยังคงสูงกว่า 70% และรายได้ต่างประเทศ 30% แต่เมื่อการขยายโรงแรมครบ 81 แห่ง คาดว่าสัดส่วนโรงแรมในไทยจะมีราว 30% เทียบกับโรงแรมต่างประเทศมีกว่า 70% 

สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้สัดส่วน “รายได้จากโรงแรมต่างประเทศ”ขยับเข้าใกล้ 40% ส่วนรายได้โรงแรมในไทยลดลงเหลือ 60%