วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.อุดช่องแก้ปัญหาแบงก์คืนอำนาจ'กองทุนฟื้นฟูฯ'

“แบงก์ชาติ” แจงคืนอำนาจกองทุนฟื้นฟู หวังเติมเต็มเครื่องมือในการแก้ปัญหาสถาบันการเงิน ทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าโครงการประเมิน

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า กรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมคืนอำนาจให้กับกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน(กองทุนฟื้นฟูฯ) เพื่อมีเครื่องมือในการเข้าจัดการกับสถาบันการเงินในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น ถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการอุดช่องโหว่ของเครื่องมือที่ใช้ดูแลสถาบันการเงินในกรณีที่เกิดปัญหา

นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่โครงการประเมินภาคการเงิน(Financial Sector Assessment : FSAP หรือ เอฟเซพ) ด้วย โดย ธปท. มีแผนเข้าโครงการประเมินในปี 2561 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงอยากพัฒนาเครื่องมือในการดูแลระบบสถาบันการเงินต่างๆ อย่างครบถ้วน เพื่อที่จะสามารถเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาได้เร็ว

“ทั้งหมดที่ทำไม่ได้เป็นเพราะ เราเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤติในระบบสถาบันการเงิน แต่เราอยากทำให้จิ๊กซอต่างๆ ครบถ้วน ทำให้มีกลไกดูแลเวลาเกิดปัญหาขึ้นกับสถาบันการเงิน และเรายังมีแผนเข้าสู่การประเมิน เอฟแซพ อีกรอบ โดยรอบล่าสุดที่เราเข้ารับการประเมินก็เกือบจะ 10 ปีมาแล้ว”

นายวิรไท กล่าวว่า เรื่องการคืนอำนาจให้กองทุนฟื้นฟูฯ ถือเป็นข้อเสนอของ ธปท. เพราะถ้าย้อนไปดูพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ปี 2551 ตอนนั้นมีบทเฉพาะกาล มาตรา 19 ระบุว่า กรณีที่เกิดปัญหาเชิงระบบสถาบันการเงินขึ้น ต้องมีคนเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพคล่อง และที่ผ่านมา ธปท. ก็พยายามหาวิธีดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จนมาตอนนี้ได้ข้อสรุปว่า ควรใช้กลไกกองทุนฟื้นฟูฯ ในการเข้าแก้ไขปัญาดังกล่าว เพราะมีกรอบกฎหมายและวิธีการปฎิบัติอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ธปท. อาจปรับเงื่อนไขและวิธีการเพิ่มใน 3 เรื่อง โดยเป็นเรื่องที่ศึกษาจากบทเรียนที่เกิดจากวิกฤติการเงินในต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะวิกฤติการเงินโลกช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรูปแบบที่จะเพิ่มขึ้น เช่น ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาอาจจัดตั้ง บริดจ์แบงก์ โดยการตั้งสถาบันการเงินขึ้นมา เพื่อแยกหนี้ดีและหนี้เสีย

นอกจากนี้อาจเสนอให้ผู้ถือหุ้นกู้ต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วย เช่น กรณีสถาบันการเงินในยุโรป ที่ผู้ถือหุ้นกู้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ ขณะเดียวกันอาจแก้ไขกฎหมายให้สถาบันการเงินในระบบ ต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นภาระของภาครัฐเพียงอย่างเดียว

“ในเรื่องมาตรา 19 บทเฉพาะกาล พ.ร.บ.ธปท. ยังเป็นช่องโหว่อยู่ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดปัญหากับสถาบันการเงิน ถ้ามีปัญหาในระบบเกิดขึ้นเราก็ต้องมีเครื่องมือที่ครบถ้วน มีกลไกแก้ปัญหาที่เร็วขึ้น จึงเสนอให้ใช้กลไกของกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งมีทั้งกรอบกฎหมายและวิธีการอยู่แล้วในการเข้าแก้ไขปัญหา”

สำหรับโครงการเอฟแซพ ถือเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) เริ่มขึ้นในเดือนพ.ค.2542 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ1.ช่วยให้แต่ละประเทศทราบถึงจุดอ่อน จุดแข็งในภาคการเงินของตน

2.เพื่อประเมินการปฎิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล 3.เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทางภาคการเงินและการให้ความสนับสนุนด้านเทคนิค 4.เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ และ 5. เพื่อช่วยจัดลำดับความสำคัญในการออกนโยบายและแผนกลยุทธ