ธพ. เผยต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจี 10,000 ตันในเดือน ส.ค. จากเดิมประเมินไม่ต้องนำเข้า ขณะที่ กบง. ตรึงราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีไว้ที่ 20.29 บาท
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กล่าวว่า ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า จำเป็นต้องให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ปริมาณ 10,000 ตันในเดือน ส.ค. จากเดิมที่คาดว่าไม่ต้องนำเข้า เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งเกิดปัญหาและต้องหยุดซ่อมฉุกเฉิน
อย่างไรก็ตาม ปตท. ต้องนำเข้าก๊าซแอลพีจี 1 ลำเรือหรือประมาณ44,400ตันเพื่อความคุ้มทุน ที่เหลือจะเก็บไว้เพื่อรองรับความต้องการในอนาคต
ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์รายงานสถานการณ์น้ำมันปาล์มต่อที่ประชุม กบง. ว่าล่าสุดสต็อกน้ำมันปาล์มยังต่ำกว่า 200,000 ตัน หากจำเป็นก็จะแจ้ง ธพ. ให้ลดส่วนผสมจากไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจากเหลือ 3-3.5%(บี3)
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)กล่าวว่า ที่ประชุม กบง .เห็นชอบให้คงราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีเดือน ส.ค .ไว้ที่ 20.29 บาทต่อกิโลกรัม แม้ต้นทุนเฉลี่ยรวมของก๊าซแอลพีจีลดลง32.61สตางค์ต่อกิโลกรัม เพราะถ้าหากต้นทุนลดลงไม่ถึง 67 สตางค์ต่อกิโลกรัม หรือ 10 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัมประชาชนก็จะไม่ได้รับประโยชน์
กบง. จึงใช้วิธีเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น 0.3261 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 0.3908 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อลดภาระการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันฯ แทน อย่างไรก็ตามต้นทุนก๊าซแอลพีจีมีแนวโน้มลดลงจนถึงต้นปีหน้าและราคาขายปลีกมีโอกาสปรับลดลง
นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้รายงานความคืบหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับสหกรณ์การเกษตร (โซลาร์ฟาร์มสหกรณ์) ต่อที่ประชุม กบง. หลัง กกพ.ประกาศรายชื่อโครงการฯ ที่ผ่านการคัดเลือก67 ราย รวมกำลังผลิต 281.32 เมกะวัตต์
โดยล่าสุดวันที่ 26 ก.ค. มีโครงการที่ตอบรับแล้ว 56 โครงการและกกพ. ยังเสนอว่าจะเปิดรับซื้อโซลาร์ฟาร์มราชการและสหกรณ์การเกษตรเฟสที่ 2 กำลังการผลิตรวม 519 เมกะวัตต์ในเดือน ส.ค. นี้









