พรีเชียสแจงไตรมาส2ขาดทุนเพิ่มฉุดครึ่งปีขาดทุนแตะ1.68 พันล้านบาท บริษัทเผยตลาดเรือเทกองแย่ และรับรู้ขาดทุนขายเรือเก่า
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง ( PSL) แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 2/59 ขาดทุนสุทธิ 475.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 402.56 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนขาดทุนสุทธิ 1,686.78 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 738.25 ล้านบาท
สาเหตุที่บริษัทฯขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้จากการเดินเรือสุทธิ (รายได้จากการเดินเรือสุทธิจากรายจ่ายท่าเรือและน้ำมันเชื้อเพลิง) ของครึ่งแรกของปี 2559 ลดลงประมาณ 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2558 โดยหลักเนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อวันต่อลำเรือลดลงจาก 5,914 ดอลลาร์ในครึ่งแรกของปี 2558 เป็น 5,519 ดอลลาร์ในงวดเดียวกันของปี 2559 เนื่องจากสภาวะของตลาดเรือเทกองที่ย่ำแย่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างครึ่งแรกของปีนี้
ขณะเดียวกันรายได้ที่มาจากจำนวนเรือเฉลี่ย ลดลง เหลือประมาณ 43 ลำ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 เมื่อเทียบกับจำนวนเรือเฉลี่ยประมาณ 45 ลำในงวดเดียวกันของปี 2558
สำหรับครึ่งแรกของปี 2559 ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือลดลงประมาณ 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2558 สาเหตุส่วนใหญ่เนื่องมาจากจำนวนเรือที่ลดลงตามที่กล่าวข้างต้น นอกจากนั้น ยังมีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายในการเดินเรือเฉลี่ยต่อวันต่อลำเรือ (รวมค่าเสื่อม/ค่าใช้จ่ายตัดบัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและสำรวจเรือแล้ว) ลดลงจาก 4,629ดอลลาร์ในครึ่งปี แรกของปี 2558 เป็น 4,523 ดอลลาร์ ในงวดเดียวกัน เนื่องจากบริษัทได้จำหน่ายเรือเก่าไป
ทั้งนี้บริษัทได้บันทึกขาดทุนจากการขายเรือเก่า 6 ลำ เป็นเงิน 354.09 ล้านบาท ในครึ่งแรกของปี 2559 เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2558 ซึ่งบริษัทได้บันทึกขาดทุนจากการขายเรือเก่า 1 ลำ เป็นเงิน 12.63 ล้านบาท
และสภาพตลาดที่ย่ำแย่ ตามที่กล่าวข้างต้น ในครึ่งแรกของปี 2559 บริษัทจึงได้บันทึกค่าเผื่อการด้อยค่าจำนวน 275.34 ล้านบาท สำหรับเรือ 3 ลำที่คาดว่าจะขายในปี 2559 ค่าใช้จ่ายทางการเงินสำหรับครึ่งแรกของปี 2559 เพิ่มขึ้น 308.54 ล้านบาท เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2558 สาเหตุหลักเนื่องมาจากการตัดจ่ายเพียงครั้งเดียวจำนวน 182.25 ล้านบาทสำหรับค่าธรรมเนียมธนาคารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับวงเงินสินเชื่อที่ถูกยกเลิกอันเนื่องมากจากการยกเลิกสัญญาสั่งต่อเรือบางฉบับและเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจ่ายที่มาจากกการออกหุ้นกู้









