วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BH - ซื้อ

กำไรไตรมาส 2/59 ตามคาด แนวโน้มกำไรกระเตื้องขึ้นในไตรมาส 3/59

เป็นไปตามคาด

BH ประกาศกำไรหลักไตรมาส 2/59 อยู่ที่ 848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY ลดลง 13% QoQ กำไรสุทธิอยู่ที 858 เพิ่มขึ้น 1% YoY ลดลง 12% QoQ ทั้งนี้รวมกำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอีก 10 ล้านบาท โดย BH ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลโดยอัตราเงินปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ 0.95 บาทต่อหุ้น สำหรับการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2559 (มากกว่าที่เราคาดเล็กน้อยที่ 0.90 บาท) อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 1.0% ประกาศ XD วันที่ 15 ส.ค และเริ่มจ่ายจริงวันที่ 26 ส.ค

ประเด็นการลงทุน

ด้วยประสิทธิภาพการดำเนินงานระดับสูงของ BH ได้พิสูจน์อีกครั้งโดยสะท้อนในผลการดำเนินงานของไตรมาส 2/59 แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มการแพทย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 50bps YoY ที่ 41.2% เนื่องจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นกอปรกับจำนวนผู้ป่วยในเคสรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้น โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายทรงตัว YoY อยู่ที่ 17.5% เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวชดเชยผลกระทบ 1% YoY และ 6% QoQ จากการหดตัวของรายได้กลุ่มการแพทย์ที่ 4.3 พันล้านบาท (66% ชาวต่างชาติ และ 34% ชาวไทย) โดยจำนวนผู้ป่วยนอกลดลง 4% YoY และจำนวนผู้ป่วยในลดลง 11% YoY เนื่องจากการลดลงของจำนวนผู้ป่วยจากตะวันออกหลางและมองโกเลีย จากฐาน QoQ กำไรไตรมาส 2/59 ปรับตัวลดลงเนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น สถานะเงินสดสุทธิของบริษัทมาถึง 7.7 พันล้าน ณ สิ้นเดือน มิ.ย.

แนวโน้ม

เราคาดว่ากำไรหลักไตรมาส 3/59 จะเติบโต YoY และ QoQ ด้วยการฟื้นตัวของรายได้และกำไรจากช่วงฤดูกาลที่ดีของผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ กอปรกับฐานต่ำมากในไตรมาส 3/58 (เมื่อช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว BH ได้รับผลกระทบด้านลบอย่างมีนัยสำคัญจากโรค Middle East Respiratory Syndrome, หรือโรค MERS ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเหตุการระเบิดที่ศาลพระพรหมฯซึ่งทำให้จำนวนผู้ป่วยชายวต่างชาติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ) ทั้งนี้ผู้ป่วยชาวพม่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยบริษัทเปิดตัวคลีนิกที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่าในเดือน ก.ค ที่ผ่านมา. ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 450 ตารางเมตร โดยให้บริการ การรักษาเบื้องต้น, ห้องวิจัย, การเอ็กซเรย์ และ อุลตราซาวด์

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

กำไรสำหรับครึ่งแรกของปี 2559 คิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา (48% จากการคาดการณ์ของตลาด) ทั้งนี้เรายังคงประมาณการเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยเราประเมินอัตรากำไรหลักเติบโตเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 6.8% ณ ปี 2559 ทั้งนี้ผู้บริหารปรับลดเป้าหมายยรายได้ธุรกิจการแพทย์ใหม่ในปี 2559 เติบเพียง 0-2% ต่ำกว่าประมาณการของเราเล็กน้อยที่ 5% อย่างไรก็ตามอัตรากำไรหลักที่ยังสามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องโดยพิสูจน์แล้วอีกครั้งในไตรมาส 2/59 จะช่วยทำให้ผลประกอบการปี 2559 ทั้งปีเติบโตได้บ้าง ทั้งนี้เราคาดว่าสาเหตุที่บริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ลงนั้นเพื่อสะท้อนผลงานจริงในครึ่งแรกของปี 2559 ที่เติบโต 2%

คำแนะนำ

BH เป็นหุ้นที่ถูกที่สุดในกลุ่มซึ่งเหมาะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากราคาหุ้นที่ยังปรับตัวช้า (ลดลง 13% YTD) ในขณะที่บริษัทยังคงรักษาระดับกำไรทรงตัว YoY ไว้ได้ โดยเราคาดการณ์กำไรครึ่งหลังของปี 2559 จะสามารถกลับมาเติบได้ YoY บ้างจากฐานที่ต่ำมากสำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2558 ทั้งนี้ BH เป็นหุ้นที่มีมูลค่าต่ำที่สุดในกลุ่ม ซึ่งซื้อขายด้วย PER 36.7 เท่าในปี 2559 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโรงพยาบาลระดับโลกที่ 39.8 เท่ามากในขณะที่คาดการณ์เติบโตของกำไรอยู่ประมาณ 7% ซึ่งเทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ 9% ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำที่ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายด้วยวิธีคิดลดเงินสด (DCF ) สี้นปี 2560 ที่ 250 บาท/หุ้น อ้างอิงสมมติฐาน WACC ที่ 7.1% และ อัตรา terminal growth ที่ 2.0%