วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้นต่อ

ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้นต่อ

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ คาดจะปรับขึ้นต่อ จากการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้ซื้อสุทธิอีก 627 ล้านบาท และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่เปิดเผยออกมา ได้แก่ การเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 2/59 อยู่ที่ 1.2% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.6% ทำให้ตลาดลดโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในปีนี้ลงเหลือ 35.7% ในการประชุมเดือน ธ.ค. 2559

แนวรับ/แนวต้าน : 1520/1550 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ทยอยลดพอร์ต ซื้อหุ้น กลุ่ม ธนาคาร ค้าปลีก รับเหมา ที่ยัง laggard 


หุ้นแนะนำ

ASEFA (7.00) : เราแนะนำให้ทยอยซื้อสะสม เนื่องจาก ASEFA ได้รับผลบวกจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่มีความต้องการไฟฟ้าโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราคาดกำไร 2Q59 ยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากงานทั้งภาครัฐและเอกชน อีกทั้งยังมีการประมูลใหม่ๆเข้ามา นอกจากนี้ในช่วง 2H59 ยังเป็นช่วง high season ของธุรกิจ ทั้งนี้ปัจจุบัน ASEFA ซื้อขายที่ PEปี59 เพียง 11 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ประมาณ 5%

SENA (4.20) : คาดกำไร 2Q59 จะทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์และมากกว่าตลาดคาด จากผลบวกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งทำให้การรับรู้การโอนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ในปี 59 SENA ยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 8 โครงการ ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 60 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง

IVL (40.00) : ระยะสั้นเราคาดว่าแนวโน้มกำไร 2Q59 จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง qoq และ yoy ส่วนในระยะยาวภาพรวมของอุตสาหกรรม polyester เริ่มมีสัญญานที่สดใสขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนภาพดังกล่าว เราเชื่อว่านักวิเคราะห์เริ่มมีการปรับเพิ่มประมาณการและราคาเป้าหมายหลังงบไตรมาส 2/59 ประกาศ

THAI (31.75) : คาดผลประกอบการ 2Q59 จะดีขึ้น yoy แต่ลดลง qoq เนื่องจากเป็นช่วง low season ซึ่งหลังจากนี้เราคาดว่าผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 1Q60 จากช่วง high season นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ต้นทุนลดลงจากการปฏิรูปองค์กรในปี 58 และการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ เอกชน "ท่องเที่ยว-อุปโภค-อสังหาฯ" ไม่หวั่นผลประชามติ ระบุ "รับ-ไม่รับร่าง" รัฐธรรมนูญเชื่อไม่กระทบธุรกิจเต็มที่อาจกระทบเชื่อมั่นช่วงสั้น มั่นใจรัฐดูแลความสงบเรียบร้อยได้ขณะแรงส่งเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง เชื่อไม่เลวร้ายและผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

+ นักเศรษฐศาสตร์ เชื่อ กนง. "คง" ดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องที่ 1.5% รอดูผลประชามติ ชี้หาก "ผ่าน" ทุนนอกจ่อไหลเข้าเพิ่ม มองสัญญาณเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวชัด ขณะเงินเฟ้อไร้แรงกดดัน จับตา ธปท.งัดมาตรการดูแลเงินบาท หลังแข็งค่าแซงภูมิภาค

+ สศค. จ่อชง รมว.การคลังไฟเขียวมาตรการดูแลผู้สูงอายุครบวงจร เสนอตั้งบอร์ดเฉพาะเพื่อดูแลกองทุนคนชราภาพทั้งระบบ หวังลดความซ้ำซ้อน พาณิชย์นัดเวิร์กช็อปแก้ปัญหาแรงงาน รับมือนโยบายประเทศไทย 4.0 หลังแนวโน้มอุตสาหกรรมใช้เครื่องจักรแทนคนมากขึ้น

ปัจจัยต่างประเทศ

- การร่วงลงของหุ้นแมคโดนัลด์และหุ้นเอ็กซอน หลังเปิดเผยผลกำไรที่ต่ำกว่าคาดนั้นได้ถ่วงดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ และสหรัฐเปิดเผยจีดีพีไตรมาสสองขยายตัวต่ำกว่าคาดที่ 1.2% ซึ่งทำให้ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 24.11 จุดหรือ 0.13% สู่ 18,432.24

+ ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดแทบไม่ขยับในวันศุกร์ ในขณะที่หุ้นเพียร์สันซึ่งเป็นบริษัทผู้ตีพิมพ์หนังสือเรียนดิ่งลงหลังจากทางบริษัทเปิดเผยผลประกอบการ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดขยับขึ้น 3.37 จุด หรือ 0.05 % สู่ 6,724.43 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,691.13-6,740.47

+ ตลาดหุ้นโตเกียวพลิกปิดบวกในวันนี้ หลังตลาดปรับตัวรับมติของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงต่อไปด้วยการเพิ่มการเข้าซื้อกองทุน ETF ขณะที่ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.1% ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 92.43 จุดหรือ 0.56% สู่ระดับ 16,569.27

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันศุกร์ โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.ในช่วงแรก ก่อนที่นักลงทุนจะส่งคำสั่งซื้อชดเชยการทำชอร์ตเซลเข้ามา ทางด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดร่วงลงในวันศุกร์ หลังจากเผชิญกับแรงเทขายตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ย.พุ่งขึ้น 46 เซนต์ หรือ 1 % มาปิดตลาดที่ 41.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 40.57-41.67 ดอลลาร์ โดยจุดต่ำสุดของวันศุกร์ถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.