วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ย้ำ 11 ส.ค.เริ่มทยอยปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก

"สถาบันคุ้มครองเงินฝาก" ย้ำ 11 ส.ค. เริ่มทยอยปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือ 15 ล้านบาท/รายผู้ฝาก/สถาบันการเงิน

นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ส.ค.59 นี้ วงเงินคุ้มครองเงินฝาก จะอยู่ที่จำนวน 15 ล้านบาท ต่อรายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงิน ซึ่งจะครอบคลุมผู้ฝากที่มีเงินฝากภายในวงเงินคุ้มครองสูงถึง 99.90% ของผู้ฝากทั้งระบบ และจะค่อย ๆ ทยอยปรับจำนวนเงินคุ้มครองไปที่ 10 ล้านบาท 5 ล้านบาท และ 1 ล้านบาท ต่อรายผู้ฝาก ต่อสถาบันการเงินโดยวงเงิน 1 ล้านบาทจะเริ่มใช้ในวันที่ 11 ส.ค.63 เป็นต้นไป ซึ่งจะครอบคลุมผู้ฝากที่มีเงินฝากภายในวงเงินคุ้มครองถึงจำนวน 98.18% ของผู้ฝากทั้งระบบ

วงเงินการคุ้มครองเงินฝาก
ระยะเวลา กำหนดวงเงินความคุ้มครองเงินฝาก

ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2559 ถึง 10 ส.ค. 2561 จำนวน 15 ล้านบาท

ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2561 ถึง 10 ส.ค. 2562 จำนวน 10 ล้านบาท

ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2562 ถึง 10 ส.ค. 2563 จำนวน 5 ล้านบาท

ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. 2563 เป็นต้นไป จำนวน 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ “พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ.2559” ได้ออกประกาศแล้วเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2559 เนื่องจากภาครัฐเห็นว่าการขยายเวลาจะมีข้อดีสำหรับประชาชนผู้ฝากเงินได้มีเวลาปรับตัว และวางแผนทางการเงินเพิ่มขึ้น มีเวลาพิจารณาผลิตภัณฑ์การเงินที่จะมาทดแทนเงินฝากที่เหมาะสมกับตนและมีเวลาที่สถาบันจะเพิ่มและขยายความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

นายสรสิทธิ์ กล่าวถึงการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 59 ว่า สถาบันฯ ได้เร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ 4 ปี (59-62) เพื่อให้บรรลุพันธกิจของสถาบันและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยได้แก้ไขพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก พ.ศ.2551 เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการแก้ไขพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ การปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการจ่ายคืนแก่ผู้ฝากเงิน โดยยกเลิกการกำหนดให้ผู้ฝากเงินมายื่นขอรับเงิน ภายหลังจากที่สถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยให้เป็นหน้าที่ของสถาบันที่จะต้องจ่ายคืนเงินฝากแก่ ผู้ฝากเงินตามวงเงินคุ้มครองที่กำหนดภายใน 30 วันนับแต่วันที่วันที่สถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ฝากเงินให้ได้รับเงินคืนเร็วยิ่งขึ้น ขณะนี้ร่างกฎหมายที่ขอแก้ไขอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา การเร่งรัดการพัฒนาระบบปฏิบัติงานจ่ายคืนผู้ฝาก เพื่อให้รองรับพันธกิจการจ่ายคืนเงินแก่ผู้ฝาก ซึ่งจะช่วยให้การจ่ายคืนเงินฝากมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว พร้อมทั้งมีการออกแบบให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐและธนาคารแห่งประเทศไทย