EKH หุ้นน้องใหม่กลุ่มโรงพยาบาล
บริษัท เอกชัยการแพทย์ จำกัด (มหาชน) (EKH) หรือโรงพยาบาลเอกชัยตั้งอยู่ที่ถ.เอกชัย จ.สมุทรสาครมีจุดเด่นในการเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เชี่ยวชาญด้านกุมารเวช สูตินรีเวช และศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินโดยมีสัดส่วนรายได้จาก 3 หมวดดังกล่าวคิดเป็น 58% ของรายได้รวมปัจจุบันโรงพยาบาลมี 86 เตียงและห้องตรวจ 38 ห้องซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้ 716 คนต่อวันการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯครั้งนี้เพื่อลงทุนก่อสร้างอาคารกุมารเวชแห่งใหม่ซึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้นซึ่งรองรับผู้ป่วยในได้ทั้งหมด 50 เตียงคาดจะเปิดบริการได้ในปี 2562 นำไปใช้ปรับปรุงอาคารเดิมและลานจอดรถและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว 4.43 บาทสำหรับปี 2559
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
- รายได้มีโอกาสเติบโตสูง : รายได้ของโรงพยาบาลเอกชัยมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่องทั้งจากกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าคู่สัญญาซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ใกล้เคียงกันที่ 50:50 กลุ่มลูกค้าทั่วไปเป็นกลุ่มแม่และเด็กที่โรงพยาบาลมีความเชี่ยวชาญในการบริการและมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราการเกิดในจังหวัดสมุทรสาครที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับอัตราการเกิดในกรุงเทพฯและทั่วประเทศที่ลดลงนอกจากนี้จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรสาครที่เพิ่มขึ้นด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR)ราว 3.3% ประกอบกับมีโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ตั้งโรงพยาบาลเป็นจำนวนมากทำให้รายได้ของศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้สูงสุดที่ราว 32% ยังมีโอกาสเติบโต ในส่วนของลูกค้าคู่สัญญามีทั้งบริษัทประกันบริษัทเอกชนและหน่วยงานภาครัฐที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
- คาดรายได้ปี 2559-60 เติบโต 22% และ11% ตามลำดับ : ด้วยสมมติฐานจำนวนเตียง 86 เตียงและห้องตรวจ 38 ห้องเท่ากับปลายปี 58 แต่ฐานรายได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ป่วยทั่วไปที่จะเพิ่มขึ้นทั้งจากผู้ป่วยเก่าและผู้ป่วยใหม่ฝ่ายวิจัยคาดว่าจำนวนครั้งในการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยนอก(OPD) เติบโตราว 10% และอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ป่วยคนไข้ใน (IPD) ราว 25% ตามจำนวนประชากรในพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้ปี 59 เติบโตราว 22% เป็น 527 ล้านบาท และเติบโตราว 11% เป็น 586 ล้านบาทในปี 60
- คาดกำไรปี 2559-60เติบโต 37% และ 18% ตามลำดับ : ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับดี ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ราว 32.7%ในปี 59 และ 33% ในปี 60ซึ่งปรับดีขึ้นจากระดับ 32.2% ในปี 58 ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 59อยู่ที่ราว 66ล้านบาทซึ่งเติบโต 38%YoY และเติบโตต่อเนื่องอีกราว18% เป็น 79 ล้านบาทในปี 60
- การประเมินมูลค่าหุ้น : ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว 4.42 บาท ทั้งนี้ ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี DCFที่WACC 9% ได้เท่ากับ4.43 บาทใกล้เคียงกับวิธี Prospect PER ที่ระดับ 40 เท่าและคำนวณกำไรต่อหุ้นปี 59 อยู่ที่ราว 0.11 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 4.42 บาทสำหรับปี 2559
ปัจจัยเสี่ยง: โครงการลงทุนก่อสร้างอาคารใหม่ล่าช้าจากเดิมที่คาดจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560 และเปิดให้บริการในปี 2562
**Globlex Securitiesเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ซึ่งจะได้รับค่าธรรมเนียมในฐานะผู้จัดจำหน่าย









